“จากในเรือนจำแห่งนั้น เจ้าสามารถเข้าสู่คุกสิบนิ้วด้วย
“ฮ่า ตัวโง่งมเหล่านั้น พวกมันเข้าใจว่าอาคมหวงห้ามที่ฝังลงบนร่างของเสี่ยวเหยียจะได้ผล ไหนเลยจะล่วงรู้ฝีมือของเสี่ยวเหยียผู้นี้ การเข้าสู่คุกสิบนิ้วก็แค่ของเด็กเล่นเท่านั้น!” โหยวฉินเลี่ยกล่าวอย่างเย่อหยิ่งถือดี
ผูเยานัยน์ตาสีเลือดทอประกายวูบหนึ่ง กล่าวถามต่อไปว่า “บิดาเจ้าเคยสั่งความเรื่องภารกิจของเจ้าเอาไว้หรือไม่?”
“ตาเฒ่าที่สมควรตายนั่น!” โหยวฉินเลี่ยสุ้มเสียงไม่ไยดี แต่สายตาพยศดุร้ายกลายเป็นอ่อนลงทันที มันสั่นศีรษะแรง ๆ “เฮ้ มิใช่ว่าเสี่ยวเหยียคิดเบี้ยวหนี้เจ้า แต่เสี่ยวเหยียอยู่ในเรือนจำ ไม่มีปัญญาช่วยเหลืออันใดได้”
“เช่นนั้นก็จงหลบหนีออกจากคุก” ผูเยากล่าวอย่างเย็นชา
“หลบหนีออกจากคุก?” โหยวฉินเลี่ยคล้ายได้ฟังเรื่องตลกขบขันที่สุดในโลก ต้องหัวร่องอหาย “นี่คือเรือนจำเป้ยเก๋อ คุกที่มีความปลอดภัย
?” โหยวฉินเลี่ยน้าเสียงแฝงแววตระหนกอยู่บ้าง แต่แล้วพลันเบิกตากว้าง ร้องออกมาอย่างเหลือเชื่อ “นี่มัน… …”
“เจ้ามีเวลาสิบวันในการหลบหนีออกจากคุก” ผูเยากล่าวอย่างเย็นชา
“หากเจ้าไม่มีปัญญาหลบหนีออกมา เช่นนั้นก็จงตายอยู่ภายในนั้นเถอะ”
กล่าวจบคำ ผูเยาก็หายวับไป
โหยวฉินเลี่ยคล้ายไม่ได้ฟังวาจาเหล่านี้ มันอ้าปากกว้าง สีหน้าตื่นตะลึง ดวงตาเลื่อนลอยราวกับถูกสิ่งใดครอบงำ…อาจบางทีเป็นเคล็ดวิชาในดวงแสงนั้นกระมัง
เอ้อเต๋อหัวใจเต้นกระหน่ารัวดุจตีกลอง
มั