วถึงเพียงนี้มาก่อน ทั้งยังไม่เคยเห็นกระบวนท่าดรรชนีอันเลิศพิสดารถึงปานนี้!
ประดุจห้าดรรชนีกำลังร่ายรำ สำแดงกระบวนท่าดรรชนีอย่างต่อเนื่องดุจเมฆล่องน้าริน
จั่วม่อรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในฝ่ามือในทันที พลังปราณที่เกาะเกี่ยวรัดพันอยู่กับพลังจิตสำนึกถูกกระบวนท่าดรรชนีปลุกเร้า ค่อย ๆคลายตัวออกมาราวกับถูกดึงดูด ในที่สุดไหลผ่านนิ้วทั้งห้าของจั่วม่อออกมา
ปลายนิ้วทั้งห้าของจั่วม่อค่อยๆ เปล่งแสงสว่าง ทีแรกยังคงเป็นเพียงจุดแสงเล็ก ๆ ที่แทบมองไม่เห็น แต่ห้าดรรชนียิ่งกรีดวาดกระบวนท่า แสงสว่างก็ยิ่งเจิดจ้าขึ้น!
ดรรชนีทั้งห้าประหนึ่งแสงดาวสุกสว่างห้าดวง ยามที่กรีดวาดกลางอากาศ ก็วาดริ้วลำแสงพร่างพราวอันพิเศษเฉพาะ
เคล็ดเมฆฝนหล่นริน!
เวทวิชาที่จั่วม่อคุ้นเคยมากที่สุด!
ท่ามกลางแสงสว่างตัดไขว้ประสาน กลุ่มหมอกจาง ๆ แผ่กระจายอย่างเชื่องช้า กลุ่มหมอกค่อย ๆ กระจายตัวออกไป ห้าดรรชนียังคงสะบัดพลิ้วไม่หยุดยั้ง เห็นริ้วแสงพราวพรายส่องลอดออกมาจากม่านหมอก เป็นภาพอันงดงามน่าดูชมไม่น้อย!
แต่จั่วม่อไม่ได้แบ่งแยกสมาธิจิตใจไปชื่นชมภาพอันงดงามที่ยากจะพบพานนี้ ความคิดของมันยังคงจดจ่อรวมรั้งอยู่กับกระบวนท่าดรรชนีเนื่องเพราะมันต้องใช้ศาสตร์อสูรชักนำพลังทั้งหมดให้แล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์!
มันต้องแบ่งแยกจิตใจออกเป็นสองส่วน!
ผลพลอยได้จากพลังเทพปรากฏขึ้นในยามนี้เอง หากเป็นในกาลก่อนมันแน่นอนว่าไม่มีความสามารถที่จะร่ายศาสตร์อสูรอ