ันนุ่มนวลกว่าเดิม “อากุ่ย ขออภัยยิ่ง ลำบากเจ้ามากแล้ว!”
อากุ่ยไม่ตอบสนองราวกับว่านางไม่ได้ยิน
จั่วม่อก็ไม่ถือสา กล่าวแผ่วเบาว่า “ข้าจะพาเจ้าออกไปจากที่นี่! ข้าจะรักษาเจ้าจนหาย ฟื้นฟูความทรงจำของเจ้า ข้าอยากฟังนามที่แท้จริงของเจ้า”
อากุ่ยยืนนิ่งงันเหมือนท่อนไม้
“ข้าจะต้องทำให้ได้!” จั่วม่อก้มหน้าลงมองฝ่ามือตัวเอง กล่าวอย่างเด็ดเดี่ยวราวกับประกาศคำสาบานตน
มันเริ่มฝึกซ้อมร่างกาย ไม่นานหลังจากนั้น ค่อยฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายส่วนใหญ่
หลังจากหมดธุระกับสภาพร่างกาย มันก็ทรุดนั่งลงอีกครั้ง เริ่มตรวจสอบมือขวาซึ่งพันไว้ด้วยผ้าอย่างแน่นหนา
กระแสพลังปั่นป่วนทั้งมวลถูกดูดกลืนเข้าไปเก็บกักไว้ในมือขวากระแสพลังเหล่านี้ก่อตัวเป็นวังวนขุมหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นพลังในรูปแบบใด ก็มักจะค้นหาจุดสมดุลของตัวเองเสมอ!
จั่วม่อคล้ายเข้าใจหลักความจริงบางประการ
กระแสพลังทั้งร่างเมื่อถูกบีบอัดรวมรั้งไว้ในมือเล็ก ๆ ข้างหนึ่ง สภาพต่อสู้ห้าหั่นระหว่างพลังทั้งสามก็ยิ่งร้ายแรงกว่าเดิม เมื่อสูญเสียพื้นที่กว้างขวางให้อาละวาดตามอำเภอใจ พวกมันยิ่งกระชับตัวหนาแน่นมากขึ้น การปะทะชนก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น จั่วม่อสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงพลังอันน่าขนพองสยองเกล้าที่เกิดจากการปะทะชนแต่ละครั้ง!
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นไปตามที่มันคาดเอาไว้
แต่สิ่งที่มันค้นพบหลังจากนั้น กลับทำให้จั่วม่อหน้าเปลี่ยนสี!
ที่แท้เภทภัยยังไม่จบสิ้น มิหนำซ้ายังเร่งเร