ม่อทราบว่าช่วงเวลาสำคัญที่สุดมาถึงแล้ว มันกล่าวอย่างเยือกเย็นว่า “ผู้น้อยพอมีความคิดอยู่บ้าง แต่เป็นไปได้หรือไม่ยังต้องทดลองดูก่อนทว่าวาจาขอกล่าวไว้ล่วงหน้า หากเจี้ยจู่ต้องการให้ผู้น้อยทดลองดู ท่านต้องมีความอดทนให้มากไว้ ชีวิตธิดาท่านเป็นสิ่งสำคัญ ไม่อาจทดลองดูพร่าเพรื่อ ความคิดนี้ยังต้องการการทดสอบเป็นจำนวนมาก”
ได้ฟังประโยคที่ต้องการ เขิงอี้แย้มยิ้มพลางกล่าว “ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น ข้าจะสั่งการลงไป ให้อำนวยความสะดวกแก่จั่วเซียนเซิงอย่าง
จั่วม่อสายตาเลื่อนไปยังใบหน้าไร้ความรู้สึกของอากุ่ย ไม่ทราบเพราะเหตุใด จู่ ๆ มันหวนนึกถึงเท้าเปล่าอันงดงามชวนตะลึงลาน ที่มันมองเห็นผ่านเรือนผมที่สะบัดพลิ้วไปตามสายลมทะเลทราย
บนพื้นหินหยาบกระด้าง เท้าเปล่างดงามละเอียดอ่อนคู่นั้นทั้งไร้ที่ติและน่าดู เพียงแต่เท้าเปล่าคู่เดียวกันนี้เอง ท่ามกลางสายลมและเม็ดทรายเหลี่ยมคม ทุกย่างก้าวสั่นระริกด้วยภาระที่แบกอยู่บนหลัง แต่ยังคงพยายามก้าวต่อไปอย่างไม่รู้จักเจ็บปวดหรือเหนื่อยล้า
นางแบกมันก้าวไปทีละก้าว ทีละก้าว ไม่เคยหยุดยั้งหรือทอดทิ้งมัน
ยามนั้นสายตาส่วนใหญ่ของมันถูกบดบัง เห็นภาพเพียงส่วนเสี้ยว แต่ส่วนเสี้ยวภาพเหล่านี้ช่วยให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น
จั่วม่อดวงตาสาดประกายเจิดจ้า อารมณ์ขุ่นมัวหดหู่ปลิวหายวับ เต็มไปด้วยกำลังวังชา สถานการณ์เลวร้ายเบื้องหน้าไม่ได้ทำให้มันท้อแท้ มันเชื่อมั่นว่าสามารถทลายอุปสรรคเหล่านี้ได