สามารถหายใจหายคอได้อีกครั้ง
ปิศาจด่านเจียงที่ครอบครองสังขารปิศาจ ช่างมีพลังอำนาจน่าสะพรึงกลัวนัก!
จั่วม่อในใจตื่นตระหนกสุดระงับ ได้ยินเขิงอี้กล่าวด้วยเสียงต่าลึก“ผู้น้อยเชื้อเชิญอาจารย์ปลุกปิศาจมามากกว่าหนึ่งร้อยคน แต่มีเพียงจั่วเซียนเซิงผู้เดียวที่สามารถระบุต้นสายปลายเหตุได้อย่างถ่องแท้ ผู้น้อยนับถือเลื่อมใสยิ่ง จั่วเซียนเซิงในเมื่อตรวจวิเคราะห์ถูกต้อง เช่นนั้นจั่วเซียนเซิงจะต้องมีหนทางรักษา”
จั่วม่อกัดฟันกล่าวว่า “กล่าวตามความสัตย์ ผู้น้อยก็เพิ่งเคยเห็นอาการเช่นนี้เป็นครั้งแรก แม้ว่าสามารถระบุต้นสายปลายเหตุ แต่หากให้คิดหาหนทางรักษา ผู้น้อยก็ไม่มีความมั่นใจแม้แต่น้อย”
เขิงอี้แย้มยิ้ม “จั่วเซียนเซิงถ่อมตัวเกินไปแล้ว”
เขิงอี้แม้กำลังแย้มยิ้ม แต่จั่วม่อรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นเย็นเยียบเสียเหลือเกิน
จั่วม่อทราบดีว่าเรื่องนี้มันไม่อาจบ่ายเบี่ยงได้ ความคิดหมุนเร็วรี่ไม่หยุดยั้ง กล่าวสืบต่อว่า “ผู้น้อยไม่ได้ถ่อมตัวจริง ๆ แม้ว่าอาการเช่นนี้ผู้น้อยเพิ่งจะเคยเห็นกับตาเป็นครั้งแรก แต่กลับได้ยินได้ฟังมาไม่น้อย ฟังว่าเป็นอาการที่ไม่สามารถรักษาได้”
“ไม่สามารถรักษาได้!” เขิงอี้ตะลึงงัน ดวงตาทอประกายโศกเศร้าวูบหนึ่ง แต่เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
จั่วม่อสะท้านใจวูบ ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของเผ่าปิศาจช่างน่าอัศจรรย์ใจโดยแท้!
“ผู้น้อยเชื่อว่าจั่วเซียนเซิงจะต้องมีหนทาง” เขิงอี้เน้นเสียงอย่างแช่มช้า
จั่ว