ี้ มันยืนอยู่ฝ่ายเดียวกันกับผูเยา
“สถานการณ์ยามนี้นับว่าดีกว่าเดิมมาก ตอนนี้ข้าถึงกับสามารถขยับแขนได้แล้ว” จั่วม่อทำท่าภาคภูมิลำพองอยู่บ้าง
“ฮ่า เจ้าควรทราบ ระเบิดตัวเองตายนับเป็นความตายที่ทุเรศทุรังที่สุด” ผูเยาสีหน้าเหยียดหยาม “ต่อให้เจ้ากลับมาเคลื่อนไหวได้ทั้งร่างก็ไม่มีประโยชน์ ร่างของเจ้ายามนี้ไม่ต่างจากภูเขาไฟที่จวนเจียนจะระเบิดลูกหนึ่ง ภายในภูเขาไฟยิ่งเก็บกักแรงระเบิดมากขึ้นทุกขณะ นอกเสียจากว่าเจ้าจะทำให้มันสงบลง หรือมิเช่นนั้นก็ระบายมันออกมาเสีย”
จั่วม่อเลิกคิ้ว “เจ้ามีความคิดอันใด?”
ผูเยานิ่งเงียบงันไปชั่วอึดใจ ก่อนจะกล่าวว่า “หากเจ้าสามารถระบายพลังงานในร่างออกมาได้ทั้งหมด อย่างน้อยยังพอจะรักษาชีวิตเอาไว้ได้ ข้ารู้วิชาศาสตร์อสูรที่สามารถกระทำเช่นนี้ได้”
“แล้วจากนั้นเล่า??”จั่วม่อเบ้ปาก “เกอจึงไม่เสียสติเช่นนั้น เกอยังต้องรักษาอากุ่ย ยังต้องสืบหาชาติกำเนิดของเกอ เกอยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องกระทำ เกอไม่สามารถละทิ้งพลังฝีมือได้!”
“เจ้ามีเวลาเหลือไม่มากแล้ว” ผูเยาสุ้มเสียงไร้อารมณ์ “ดูจากสภาพภายในร่างกายของเจ้าในยามนี้ เจ้ามิอาจทนทานได้นานนัก”
จั่วม่อขมวดคิ้ว “เหลือเวลาอีกนานเท่าใด?”
“ไม่เกินหนึ่งเดือน”
ทะเลแห่งจิตสำนึกกลายเป็นเงียบสงัดเสมือนตาย พวกมันทั้งสามไม่มีผู้ใดมีแก่ใจสนทนาสืบต่อ
จั่วม่อนั่งอยู่ในอ้อมแขนของอากุ่ยด้วยสีหน้ามึนงง มันคาดคิดไม่ถึงว่าสถานการณ์จะเลวร้า