าแหย่ โฉมสะคราญที่สั่นไหวจิตใจผู้คนนางนี้เป็นศิษย์พี่หญิงของเจียงเจ๋อ เรียกว่าฟ่งเยวี่ย (หงส์จันทรา) ทั้งยังเป็นผู้ช่วยแม่ทัพของมันด้วย
ฟ่งเยวี่ยที่มุมปากประดับด้วยไฝเล็ก ๆ เม็ดหนึ่ง แต่มิเพียงไม่ลดทอนความงามของนาง กลับยิ่งขับเน้นริมฝีปากสีแดงสดให้ทรงเสน่ห์ปานล่มเมือง
“ข้ากำลังคิดว่าหากเปี๋ยหานเป็นผู้นำทัพฝ่ายตรงข้าม… …” เจียงเจ๋อไม่ได้รู้สึกรู้สาอันใดกับฟ่งเยวี่ยแม้แต่น้อย เพียงกล่าวตอบเบา ๆ
“แล้วจะเป็นไร?? หรือกังวลว่าเจ้าจะพ่ายแพ้
ฟ่งเยวี่ยกล่าวอย่างไร้ปราณี “เจ้าสองคนร่าเรียนมาด้วยกันกระมัง อืมฮืมหรือว่ามีความสัมพันธ์กันเป็นพิเศษ?”
ฟ่งเยวี่ยจงใจลากเสียงเน้นคำ ‘เป็นพิเศษ’ อย่างยียวน
เจียงเจ๋อคุ้นชินกับนิสัยช่างเย้าแหย่ของศิษย์พี่หญิงฟ่งเยวี่ยมานานจึงไม่มีโทสะแม้แต่น้อย เพียงกล่าวด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ “ท่านเมื่อกล่าวเช่นนี้ ข้าก็ชักรู้สึกคาดหวังในการต่อสู้กับมันเสียแล้ว”
“ช่างไม่ทราบว่าไฉนท่านเจ้าอาวาสต้องพามันมาด้วย ข้าไม่ชมชอบมันตั้งแต่แรกพบ ดวงตาของมันดุร้ายกระหายเลือดเกินไป อย่างกับสัตว์ร้ายก็มิปาน”
“แล้วเรื่องเกี่ยวกับอาณาจักรทะเลเมฆเล่า?”
“ฮ่า อาจารย์อาติ้งเจินอยู่ในวัดหาได้มีศักดิ์ฐานะใดไม่ ความตายของมันไม่นับเป็นอะไรได้ ฮึ่ม หากผู้ที่ตกตายเป็นอาจารย์อาท่านอื่น ก็ไม่ทราบว่าทางวัดจะเฉยชากับเรื่องราวเหมือนในยามนี้หรือไม่?” ฟ่งเยวี่ยขมวดคิ้วเรียวงาม สีหน้าโกรธขึ้ง น้าเสียงยิ่งกล่