าวยิ่งไม่เกรงอกเกรงใจแล้ว
เจียงเจ๋อกระแอมเบา ๆ “เดิมทีเปี๋ยหานถูกส่งไปช่วยเหลืออาจารย์อาติ้งเจิน แต่ในเมื่อเปี๋ยหานจู่ ๆ ก็หักหลังพวกเรา สถานการณ์ทางด้านนี้ก็ซับซ้อนสับสน ดังนั้นทางวัด… …”
“เจ้าไม่ต้องมากล่าวแก้แทนตาเฒ่าเหล่านั้น ขอกล่าววาจาไม่น่าฟังเสียก่อน หากในอนาคตเจ้าจะกลายเป็นน่ารังเกียจเฉกเช่นพวกมัน ขออภัยที่ข้าไม่น้อมสนอง เจี่ยเจียจะไปเล่นด้วยตัวเองแล้ว” ฟ่งเยวี่ยเลิกคิ้วถลึงตา สุ้มเสียงเต็มไปด้วยความปึ่งชา
เจียงเจ๋อได้แต่ฝืนยิ้มขื่น กับศิษย์พี่หญิงฟ่งเยวี่ยนางนี้ มันจนปัญญาจะรับมือนางจริง ๆ
“หลังจากที่เจ้าจัดตั้งแนวป้องกันอย่างมั่นคง ข้าจะไปแก้แค้นให้แก่อาจารย์อาติ้งเจิน! เจ้าเมื่อไม่ยอมไป ข้าจะไปเอง!” ฟ่งเยวี่ยโพล่งขึ้นอย่างกะทันหัน
เจียงเจ๋อผู้มีท่วงท่าสงบเยือกเย็นมาโดยตลอด พอฟังพลันหน้าเคร่งเครียดเย็นชาลง ตวาดเบา ๆ “เหลวไหล!”
“ในอดีตอาจารย์อาติ้งเจินเคยกรุณาชี้แนะข้า ไม่ว่าอย่างไรข้าต้องทดแทนพระคุณท่านให้จงได้!” ฟ่งเยวี่ยกล่าวเสียงสงบราบเรียบ ทว่าเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดนัก
เจียงเจ๋อทอดถอนอย่างเหนื่อยล้า กลายเป็นไม่มีวาจาจะกล่าว
ข่าจั๋วจ้องมองเข็มปลุกปิศาจเล่มใหม่อย่างเคลิบเคลิ้มมึนเมา บรรจงลูบคลำไม่ยอมเลิกรา
“เอาล่ะ เอาล่ะ เลิกมองเสียที” จั่วม่อเข้าใจความรู้สึกของข่าจั๋วเป็นอย่างดี แต่หลังจากข่าจั๋วเฝ้าชมดูและหัวร่ออย่างโง่งมมาตลอดทั้งเช้า มันในที่สุดก็ไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป