าณาจักรแห่งหนึ่งแม้แต่น้อย
“ท่านอาจารย์ปลุกปิศาจ อาจั่วร่างกายไม่สู้ดี ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้จริงๆ ส่วนอากุ่ยทั้งไม่ได้ยินและพูดไม่ได้” ตงจื่อผู้มีน้าใจรีบอธิบายต่ออาจารย์ปลุกปิศาจ
“อ้อ!” อาจารย์ปลุกปิศาจวัยกลางคนเผยสีหน้าประหลาดใจอยู่บ้างมันเพ่งพิศคนทั้งสองพลางกล่าวราวรำพึงกับตัวเอง “เป็นอาการที่แปลกประหลาดโดยแท้ มามา ลองให้ข้าตรวจดูสักครา”
ไม่รอให้จั่วม่อมีปฏิกิริยาใด มันเดินตรงเข้ามา คว้ามือจั่วม่อข้างหนึ่งขึ้นทันที
จั่วม่อตื่นตระหนกจนขวัญหาย พลันสำนึกเสียใจที่เริ่มสนทนากับผู้อื่น ยามนี้มันไม่ควรชักนำความสนใจเข้าหาตัวเอง หากผู้อื่นตรวจร่างกายของมันแล้วเกิดพบสิ่งใดเข้า เกรงว่าจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากและอันตรายมากแล้ว!
แต่มันยังไม่ทันจะได้ปฏิเสธ อาจารย์ปลุกปิศาจวัยกลางคนก็เริ่มเคลื่อนพลังปิศาจเข้าตรวจร่างกายของจั่วม่อผ่านทางฝ่ามือข้างนั้น
กระแสพลังอันอบอุ่นอ่อนโยนสายหนึ่งไหลผ่านปลายนิ้ว แทรกผ่านเข้าไปในแขนของจั่วม่อ
แต่ทันใดนั้นเอง กระแสพลังสายนี้พลันถูกพลังอันเกรี้ยวกราดที่กำลังอาละวาดสัประยุทธ์ในร่างกายของจั่วม่อ กระแทกทำร้ายจนขาดสะบั้นในบัดดล!
อาจารย์ปลุกปิศาจวัยกลางคนสะท้านเฮือก ใบหน้ากลายเป็นขาวซีด!
จั่วม่อลอบทอดถอนอย่างโศกสลด จบสิ้นกัน!
อาจารย์ปลุกปิศาจวัยกลางคนกระตุกมือกลับอย่างลนลาน หน้าเขียวคล้าเหมือนซากศพ แม้ว่ามันจะพยายามวางท่าสงบเยือกเย็นอย่างสุดความสามารถ จั่วม่อก็ยังค