อเปลวไฟลายชั้นมหาทิวาทะลักทลายออกมา ไฟกรรมบนฟากฟ้าไหนเลยจะไม่ได้รับผลกระทบได้!
นี่เป็นการสะกดข่มกันของหยินและหยางตามธรรมชาติแห่งฟ้าดิน!
เขตแดนตะเกียงเพลิงพุทธะของติ้งเจินแม้ผนวกไฟกรรมเข้ามาด้วยแต่กลับไม่ใช่จุดสำคัญ ดังนั้นมันไม่ได้เสียเวลากลั่นเกลาไฟกรรมมากนักนักบวชนิกายพุทธปกติแล้วไม่ชมชอบความร้ายกาจของไฟกรรม จุดนี้เองที่เปิดโอกาสให้จั่วม่อได้ฉกฉวย
การหยุดชะงักของไฟกรรมนี้เป็นเพียงชั่ววูบอันกระชั้นสั้นยิ่ง แต่ชั่ววูบสั้น ๆ นี้เอง เศษลำแสงสีฟ้าของปิงเย่าก็ฉวยโอกาสลอดผ่านเข้ามา พุ่งดิ่งลงสู่เบื้องล่าง!
ติ้งเจินสีหน้าพลันแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง!
จะเป็นไปได้อย่างไรกัน!
คนผู้นั้น… …คนผู้นั้นไม่เคยให้มันระแคะระคายเค้าลางผิดปกติแม้แต่น้อย!
ติ้งเจินแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ก่อนหน้านี้มันพบพานคณะของจั่วม่อสองสามครั้ง แต่ทุกครั้งสายตาของมันล้วนจับจ้องอยู่แต่กับเหวยเสิ้งและจงหยู ไม่เคยสนใจไยดีจั่วม่อแม้แต่แวบเดียว ในสายตาของติ้งเจินจั่วม่อธรรมดาสามัญเสียจนหากอยู่กลางฝูงชน ติ้งเจินก็ไม่อาจค้นพบมันได้
แต่เด็กหนุ่มที่ดูธรรมดาสามัญยิ่งผู้นี้ กลับเป็นผู้ยัดเยียดการโจมตีร้ายแรงถึงชีวิตให้แก่มันอย่างกะทันหัน!
บุคคลอันลึกซึ้งชั่วร้ายนัก! ถึงกับสามารถปกปิดซ่อนเร้นได้นานถึงเพียงนี้ ติ้งเจินในใจบังเกิดความเย็นเยียบจับใจ แต่ในยามนี้มันไม่มีเวลาจะมาสนใจจั่วม่อ กลุ่มเส้นไหมสีฟ้าที่ดูเปราะบางของปิงเย่า ปลุกเร้