ะในสำนักของติ้งเจินดี หากบอกว่าเจ้าอาวาสส่งกองพันหนึ่งไปเพียงเพื่อช่วยเหลือติ้งเจิน ก็เป็นเรื่องน่าขบขันมากแล้ว
ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าถึงกับกล้าปล่อยตัวมันออกมาด้วย!
หลังจากได้รับเหรียญหยกแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทอง มันก็ถูกกักบริเวณอยู่แต่ในที่พำนัก ถูกบังคับให้ท่องพระสูตรอยู่ทุกวี่วัน แม้ไม่มีผู้ใดเฝ้าอยู่หน้าประตู แต่เปี๋ยหานทราบดี ว่ามีดวงตานับไม่ถ้วนคอยเฝ้ามองบ้านน้อยของมันจากเงามืดอยู่ตลอดเวลา
บรรดาผู้อาวุโสในสำนักมักชอบกล่าวหาว่ามันดุร้ายกระหายเลือดคิดถึงเรื่องนี้ เปี๋ยหานอดแย้มยิ้มอย่างเย็นชามิได้
เจียงเจ๋อ (ปราดเปรื่องแซ่เจียง) แม้รูปโฉมสุภาพหล่อเหลา แต่ยามลงมือเข่นฆ่าหาได้มือไม้อ่อนไปกว่ามันไม่ แต่มันกลับไม่เคยได้ยินเหล่าผู้อาวุโสตำหนิเจียงเจ๋อว่าดุร้ายกระหายเลือด
ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเนื่องเพราะเหตุผลประการเดียว… …
เปี๋ยหานพลันเงยหน้าขึ้น มองดูกองพันบาปเคราะห์ที่ยังคงยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหน้ามัน เห็นอักขระพระสูตรของอาคมหวงห้ามสีทองบนร่างพวกมัน ทอแสงเจิดจ้าราวกับดวงตะวัน… ช่างบาดตายิ่งนัก
ชั่วอึดใจต่อมา มันก็รั้งสายตากลับมา ดวงตาทอแววครุ่นคิดลึกซึ้ง สีหน้าปราศจากอารมณ์ความรู้สึก
ทางวัดได้ตระเตรียมค่ายกลเคลื่อนย้ายที่จะส่งพวกมันทั้งกองพันไปยังอาณาจักรทะเลเมฆโดยตรงเอาไว้แล้ว ดูเหมือนค่าใช้จ่ายสำหรับภารกิจนี้จะเป็นจำนวนอันน่าตระหนกยิ่ง อาจเห็นได้ว่าทางวัดให้ความสำคัญกับภารกิจนี้มากเพีย