ขเภทภัยถึงชีวิตได้ด้วย ดังนั้นรีบกล่าวถ่อมตัว “ท่านเกรงอกเกรงใจเกินไปแล้ว! นี่เป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้น!”
“อาศัยเพียงวาจาย่อมไม่อาจสำแดงความสำนึกขอบคุณของชนเผ่าเราได้หมด ทุกท่าน หากไม่มีสิ่งใดขัดข้อง โปรดไปเยือนชนเผ่าเราสักหลายวันได้หรือไม่ ให้พวกเราได้ทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีสักครา!” บุรุษมนุษย์หมอกวัยกลางคนกล่าวชักชวนอย่างจริงใจ
จั่วม่อในใจบังเกิดความขัดแย้งเล็กน้อย กล่าวปฏิเสธว่า “ขออภัยด้วยเราจำต้องไปเสาะหาตัวอ่อนเมฆวารี… …”
บุรุษมนุษย์หมอกวัยกลางคนมองดูอากุ่ยแวบหนึ่ง พลันเข้าใจเบื้องลึกเบื้องหลัง จากนั้นแย้มยิ้มพลางกล่าว “ท่านที่นับถือไม่ต้องห่วงกังวลไปพวกเรารู้จักสถานที่หลายแห่งที่ตัวอ่อนเมฆวารีเติบโตงอกงาม” กล่าวจบ
จากนั้นผายมือเชื้อเชิญจั่วม่อ “ขอเชิญอาคันตุกะทั้งหลาย!”
ทันใดนั้นจั่วม่อสีหน้าแปลกพิกลอยู่บ้าง อึกอักลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวกระมิดกระเมี้ยน “คือว่า… …”
มนุษย์หมอกวัยกลางคนสีหน้างุนงงสงสัย “ท่านที่นับถือ มีเรื่องลำบากใจอันใดโปรดบอกมาเถิด!”
กระทั่งใบหน้าหนาเท่ากำแพงเมืองของจั่วม่อยังแดงซ่านเล็กน้อยค่อย ๆ ชี้ไปยังน้าตาแห่งสายหมอกบนพื้น “คือว่า… ..ขอข้าเก็บสิ่งเหล่านั้นไปด้วยได้หรือไม่
จั่วม่อไม่ทันสังเกตว่ามันเมื่อกล่าวออกมา โฉมสะคราญหมอกผู้เป็นเจ้าของหยาดน้าตาเหล่านั้นพลันใบหน้าแดงซ่านเล็กน้อย
มนุษย์หมอกวัยกลางคนแหงนหน้าหัวร่อดังกระหึ่มก้อง แล้วตวัดมือวูบ