น กระทั่งสัตว์เมฆระดับสี่ยังยากยิ่งที่จะพบพาน อย่าว่าแต่ระดับห้า!”
ศิษย์อีกสองคนพอฟัง สีหน้าเริ่มไม่สู้ดีตามไปด้วย สำหรับพวกมันเผชิญกับสัตว์เมฆระดับห้ายังต้องรับมืออย่างจริงจัง และเมื่อสัตว์ร้ายมีข้อได้เปรียบด้านสภาพภูมิประเทศ หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากอาจารย์อา พวกมันยังต้องหลบลี้หนีหน้าโดยเร็วที่สุด
โชคดีที่เวลานี้พวกมันอยู่กับอาจารย์อา ต่อหน้ายอดคนด่านหยวนอิงสัตว์เมฆระดับห้ารับมือได้ไม่ยากนัก
“อาจารย์อา… เราสมควรช่วยเหลือพวกมันหรือไม่?” หมิงจิ้งมองดูสภาพน่าอเนจอนาถบนริมฝั่งแม่น้า ในสายตาทอแววเวทนาวูบหนึ่ง กล่าวถามอย่างลังเล
“เรามีเรื่องสำคัญกว่าต้องกระทำ อย่าได้ไขว้เขวแล้ว” ติ้งเจินมองไปยังอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้าพลางกล่าวเตือนเสียงต่าลึก
“อาจารย์อา พวกเราจะข้ามแม่น้าเช่นนั้นหรือ?”
ติ้งเจินหน้าไม่เปลี่ยนสี ยังคงสงบราบเรียบประหนึ่งว่ามองไม่เห็นการโจมตีอันบ้าคลั่งนี้ก็มิปาน
พายุลำแสงแสงสีฟ้าระดมซัดใส่กำแพงที่มองไม่เห็น บังเกิดสะเก็ดประกายนับไม่ถ้วนกระเด็นเวียนว่อน ติ้งเจินกับพวกทั้งสี่ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย มุ่งตรงไปยังฝั่งตรงข้ามราวกับกำลังเดินท่องเที่ยวชมทิวทัศน์
คังเต๋อเมื่อถูกช่วยให้หลุดรอดออกมาจากกรงเขี้ยวแห่งความตาย ในฐานะที่ผ่านชีวิตมาไม่น้อย ใบหน้าซีดขาวราวคนตายค่อย ๆ กลับคืนเป็นปกติตามเดิม “ต้าเหรินเห็นซึ้งกระจ่างยิ่ง สัตว์ร้ายลมหายใจน้าแข็งเป็นสัตว์ปราณระดับห้า ลมหายใจน้