าแข็งของมันเย็นเยือกสุดขั้ว ชุดเกราะปราณทั่วไปย่อมไม่ครนามือมันแม้แต่น้อย คนผู้นั้นเมื่อปิดกั้นเอาไว้ได้อย่างปลอดโปร่งถึงเพียงนี้ สมควรไม่ใช่ชนชั้นธรรมดาจริง ๆ”
จากนั้นมันกวาดตามองดูรูปปั้นน้าแข็งมากมายตามริมฝั่งแม่น้า สีหน้าอดโศกเศร้าหม่นมัวลงไม่ได้
ขณะที่มันกล่าววาจา กระแสผลึกน้าแข็งอันเชี่ยวกรากในแม่น้าเมฆาก็ยังคงเพิ่มสูงขึ้นไม่หยุดยั้ง
“ต้าเหริน พวกเราย้อนกลับกันเถิด!” คังเต๋อรวบรวมความกล้ากระตุ้นเตือนด้วยน้าเสียงประหวั่นพรั่นพรึง “บริวารสัญจรอยู่ในทะเลเมฆมานานนับสิบ ๆ ปี แต่ยังไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน… …”
แต่แล้วยังไม่ทันจะได้กล่าวจบคำ ทันใดนั้นเอง ซิวเจ่อฝีมือเข้มแข็งส่วนหนึ่งที่หลบหนีไปได้สำเร็จ จู่ ๆ วิ่งล้มลุกคลุกคลานกลับมาด้วยสีหน้าแตกตื่นลนลานแทบเสียสติ
“พญางูเมฆอำไพ! ช่วยด้วย! ช่วยพวกเราด้วย… …”
คังเต๋อนิ่งขึงตะลึงงัน ชั่วพริบตานั้น ดวงตาของมันกลายเป็นหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ
เห็นศีรษะอสรพิษใหญ่โตมโหฬาร จู่ ๆ ก็พุ่งพรวดออกมาจากหมอกเมฆ เขมือบกลืนบรรดาซิวเจ่อที่ร่าร้องตะโกนเหล่านั้นลงไปในคำเดียว! นั่นเป็นหัวงูที่มหึมาปานขุนเขา สูงไม่ต่ากว่าหนึ่งร้อยจั้ง ต่อหน้าตัวตนมหายักษ์เช่นนี้ ซิวเจ่อดูไปเล็กกระจ้อยร่อยไม่ต่างจากมดปลวก พญางูทั้งร่างก่อเกิดจากหมอกเมฆ ดวงตาสีขาวเทาว่างเปล่าไร้อารมณ์ ลำพังแค่ศีรษะงูมหึมาที่โผล่ออกมานี้ ก็เพียงพอให้ผู้คนขวัญวิญญาณกระเจิดกระเจิง
ถึงย