ามนี้กระทั่งพวกจั่วม่อยังไม่อาจรักษาความเยือกเย็นไว้ได้อีก สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง!
แค่ส่วนศีรษะยังน่าพรั่นพรึงถึงเพียงนี้ ไม่ทราบว่าทั้งร่างของพญางูจะใหญ่โตมโหฬารสักปานใด
และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งไปกว่านั้น คือพลังสภาวะที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างมหึมา ถึงกับกดทับพวกมันจนแทบหายใจหายคอไม่ออก
จั่วม่อเพียงมองปราดเดียวก็ซาบซึ้งไปถึงแก่น ว่าพวกมันไม่ได้อยู่ในระดับชั้นเดียวกัน มันไม่รีรอลังเล คว้าร่างอากุ่ยโถมทะยานไปยังแม่น้าเมฆาในบัดดล
“รีบไป!”
เหวยเสิ้งกับจงหยูรู้ใจจั่วม่อเป็นอย่างดี ภายใต้เสี้ยววินาทีคับขันเป็นตาย เหวยเสิ้งคว้าตัวคังเต๋อที่กำลังสั่นสะท้านเป็นเจ้าเข้า จงหยูร่างสาดพุ่งออกไปพร้อมกัน คนทั้งสองคล้ายลูกธนูหลุดจากแล่ง โถมลิ่วไปยังแม่น้าเมฆาอย่างไม่คิดชีวิต นกโง่ซึ่งปกติเกียจคร้านเฉื่อยชาที่สุด กลับมีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วที่สุด อาศัยระดับความเร็วที่แทบจะเหนือธรรมชาติ นางนำลิ่วอยู่ด้านหน้าสุด ถึงกับล้าหน้าทุกคนไปช่วงใหญ่
เมื่อเทียบกับสัตว์ประหลาดยักษ์ที่ด้านหลังพวกมัน สัตว์ร้ายลมหายใจน้าแข็งในแม่น้าก็น่ารักน่าชังไม่ต่างจากลูกแมวน้อย
ลำแสงสีฟ้าสาดยิงออกมาจากแม่น้า โหมซัดใส่พวกจั่วม่อดุจห่าฝน
ในเวลานี้ไม่มีผู้ใดออมรั้งยั้งมือ กระทั่งจั่วม่อยังคล้ายจะคลุ้มคลั่งไปแล้ว ศาสตร์อสูรนับไม่ถ้วนพวยพุ่งออกจากปลายนิ้วไม่ขาดสาย
มันกล้าสาบานว่าในชีวิตไม่เคยโหมใช้ศาสตร์อสูรอย่างดุเดือดเลือ