งเพียงไหน จั่วม่ออดสะทกสะท้อนไม่ได้บางครั้งเป็นเช่นอากุ่ยก็ไม่เลวนัก เจ้าเพลิงน้อยกับเจดีย์น้อยในอ้อมแขนของอากุ่ยส่งเสียงร้องอย่างหวาดกลัวไม่ขาดหู เจ้าดำน้อยมุดอยู่ในเรือนผมของอากุ่ยนิ่งเงียบ หรือบางทีมันอาจจะหวาดกลัวจนหมดสติไปแล้วก็
ราวกับว่าหยั่งทราบความคิดชั่วร้ายของจั่วม่อ นกโง่ทิ้งร่างดิ่งวูบลงอย่างกะทันหัน
จั่วม่อผู้กำลังคิดหาวิธีรีดเค้นน้ามันจากนกโง่ให้แห้งฉาด ทันใดนั้นรู้สึกสายตาพร่าเลือนวูบ กลายเป็นสีฟ้าสดใสเต็มไปหมด ใบหน้ามันอยู่ห่างจากผิวน้าของแม่น้าเมฆาเพียงครึ่งจั้ง แทบสามารถมองเห็นสัตว์ร้ายลมหายใจน้าแข็งที่หลบซ่อนอยู่ใต้ผลึกน้าแข็งได้ชัดตา
พฤติการณ์ของนกโง่นี้เห็นได้ชัดว่าหยามหยันสัตว์ร้ายลมหายใจน้าแข็งภายในแม่น้าอย่างรุนแรง ลำแสงสีฟ้านับไม่ถ้วนพลันระเบิดออกมาจากเบื้องหน้าของมัน มุ่งตรงเข้าหาจั่วม่อเป็นจุดเดียว!
จั่วม่อขวัญวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง เบิกตามองลำแสงสีฟ้าเจิดจ้าท่วมท้นในครรลองสายตา
จากนั้นลำคอตึงวูบอีกครา ลำแสงสีฟ้าทั้งมวลหายวับไปในบัดดล
เสี้ยวพริบตานี้จั่วม่อรู้สึกหัวใจแทบหยุดเต้น
ในที่สุดค่อยหาเสียงตัวเองเจอ ก่นด่าอย่างเดือดดาล “เจ้านกงี่เง่า นกอ้วน เจ้าที่แท้เป็นนกหรือเป็นหมูกันแน่ เกอจะย่างเจ้า… …แค่กแค่ก… ….โอ้ย!”
มองดูจั่วม่อที่กระเซอะกระเซิงอยู่กลางอากาศ เหวยเสิ้งกับจงหยูสีหน้าทอแววเห็นอกเห็นใจ พวกมันลอบถอยออกห่างจากนกโง่ที่ดุร้ายและบ้าคลั่งอย่างระมั