ี บินตุปัดตุเป๋กลับไปยังอ้อมแขนของอากุ่ยแล้วนอนแผ่หลา ท้องป่องนูนกลมดิก
แต่กระบี่ดำยังคงดูดกลืนหมอกเมฆโดยไม่ชะลอช้าลง
เหวยเสิ้งเฝ้ามองกระบี่ดำอย่างสนอกสนใจ และค้นพบอย่างประหลาดใจว่ารูปลักษณ์ของกระบี่ดำกำลังค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ
ใบกระบี่กลายแคบลง บันดาลให้กระบี่ดูเรียวยาวกว่าเดิม เทียบกับรูปลักษณ์ดุร้ายกระหายเลือดในกาลก่อนแล้ว กระบี่ดำในตอนนี้ดูคล้ายปราดเปรียวมากขึ้น และมีชีวิตชีวามากขึ้น ส่วนความยาวของกระบี่ดำกลับสั้นลง เดิมทีกระบี่ดำเล่มนี้พอปักลงกับพื้น ก็มีความสูงท่วมหัวคน แต่บัดนี้หดสั้นลง เพียงสูงเท่าบริเวณชายโครงของเหวยเสิ้งเท่านั้น ใบกระบี่ตรงแน่วยังคงเรียบง่ายไร้การประดับประดา มืดทะมึนประดุจหมึก ไม่สะท้อนแสงสว่างใด ๆ ออกมา
กระบี่ดำในยามนี้แม้ยังคงมีขนาดใหญ่โตกว่ากระบี่บินทั่วไป แต่หากเทียบกับรูปลักษณ์ในอดีตแล้ว ก็นับว่าประณีตงดงามกว่าเดิมมากประหนึ่งสัตว์ร้ายบรรพกาลที่ปิดซ่อนคมเขี้ยวและกรงเล็บอันคมกล้าเอาไว้อย่างเงียบเชียบ
ไม่มีกลิ่นอายดุร้ายกระหายเลือด ไม่มีรังสีอำมหิต ไม่มีเจตนาฆ่าฟันหนักข้น แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใด ในใจเหวยเสิ้งเปี่ยมล้นไปด้วยความปลาบปลื้มยินดีจาง ๆ
ใช้เวลาไปอีกหนึ่งชั่วยามเต็ม กว่าที่กระบี่ดำจะหยุดดูดกลืนแก่นสารเมฆา
กระบี่ดำทันใดนั้นหายวับไปจากกลางอากาศ แล้วกลับมาปรากฏอยู่ในมือของเหวยเสิ้งอีกครั้ง
เหวยเสิ้งจับด้ามกระบี่ซึ่งมีส่วนยาวและส่วนหนาเหมาะกับ