า การเดินทางครั้งนี้เราจำเป็นต้องระมัดระวังอย่างยิ่งยวด อย่าได้บาดหมางกับพวกมันแล้ว”
เห็นสีหน้าไม่แยแสสนใจของศิษย์ทั้งสาม ติ้งเจินหัวคิ้วขมวดมุ่น แต่เมื่อนึกถึงว่า จะอย่างไรก็ยังมีหยวนอิงเช่นมันคอยดูแลศิษย์ทั้งสามอยู่ทั้งคนก็อดหัวร่อไม่ได้ เป็นมันระมัดระวังมากเกินไปเองจริง ๆ
เมื่อคิดได้ดังนี้ ติ้งเจินก็ไม่คิดอบรมสั่งสอนศิษย์ทั้งสามสืบต่อ เพียงกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “พวกเจ้าสมควรต้องเก็บเกี่ยวให้มากกว่านี้ ต่อไปคิดพบพานแก่นสารเมฆาที่บริสุทธิ์ถึงเพียงนี้อีกก็เป็นเรื่องยากแล้ว รอจนพวกเจ้ากลับไปยังสำนัก ของสิ่งนี้จะเป็นของกำนัลที่ดีเยี่ยมสำหรับบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องของพวกเจ้า”
พอฟังคำของอาจารย์อา คราวนี้กระทั่งหมิงจู๋ยังล้วงขวดหยกออกมาเริ่มเก็บเกี่ยวแก่นสารเมฆาอย่างขมักเขม้น
ในบรรดาสามคนของพวกจั่วม่อ จงหยูเสร็จสิ้นเป็นคนแรก ขวดในมือโพธิสัตว์มังกรคชสารยิ่งกลายเป็นละเอียดชัดเจนกว่าเดิม ขนาดใหญ่โตขึ้นและมีลวดลายดอกบัวสีแดงเลือดเปล่งประกายอยู่บนพื้นผิวของขวด ขวดใบนั้นถูกปกคลุมออยู่ภายในหมอกเมฆ ขณะที่ค่อย ๆ จางหายเข้าไปในร่างของโพธิสัตว์มังกรคชสาร
จงหยูลุกขึ้นยืนประนมมือ ค้อมกายคารวะต่อแม่น้าเมฆา
จั่วม่อก็หลอมสร้างไข่มุกเมฆาหลายร้อยเม็ด ใช้พลังปราณภายในร่างไปจนเกลี้ยงฉาดจึงหยุดยั้งลง โยนโอสถปราณสองสามเม็ดเข้าปาก ทรุดกายลงนั่งขัดสมาธิ เริ่มฟื้นฟูพลังปราณทันที
เจดีย์น้อยดูเหมือนสวาปามจนเกินพอด