ามสามารถในการกล่าววาจาไปสิ้น ถึงกับนิ่งเงียบงันไปชั่วครู่ใหญ่
“อาจารย์อา ร่างทองบรรลุธรรมคือสิ่งใด?”?
หมิงจู๋ผู้สงบปากสงบคำจู่ ๆ พลันกล่าวว่า “อีกสองคนก็ดูเหมือนจะเข้มแข็งไม่น้อย”
ได้ยินเช่นนี้ ติ้งเจินงงงันวูบ ในบรรดาศิษย์ทั้งสาม ชหมิงจู๋เคร่งขรึมสำรวมที่สุด แต่เมื่อกล่าวออกมาทุกประการมักเป็นไปตามที่มันกล่าวทุกครั้ง ติ้งเจินพอฟัง ในที่สุดก็เบนสายตาออกจากร่างทองบรรลุธรรม เมื่อหันไปมองดูกระบี่ดำของเหวยเสิ้ง ดวงตาก็เบิกกว้างอย่างกะทันหัน
“รังสีอำมหิตอันกล้าแข็งนัก! เจตนาฆ่าฟันอันเกรี้ยวกราดนัก! ในโลกถึงกับมีศาสตราที่ดุร้ายกระหายเลือดถึงเพียงนี้!”
รอจนมันมองดูเหวยเสิ้ง ค่อยพบว่าอีกฝ่ายดวงตากระจ่างใสปราศจากร่องรอยดุร้ายอำมหิต ท่วงท่าสภาวะโอ่อ่าผ่าเผย อาจเห็นได้ว่าเจตนาฆ่าฟันของกระบี่มารเล่มนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจเจ้าของแม้แต่น้อย ติ้งเจินอดทอดถอนชมเชยไม่ได้ “บุรุษที่มีจิตใจเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวนัก!”
จากนั้นสายตาของมันกวาดมองต่อไปยังจั่วม่อ
ติ้งเจินถึงกับอุทานเบา ๆ คำหนึ่งด้วยความประหลาดใจ สีหน้ากลับกลายเป็นสับสนงุนงง “น่าแปลก น่าแปลก ช่างแปลกประหลาดโดยแท้!”
สมณะเฒ่าจากวัดอันดับหนึ่งรำพึงเบา ๆ กับตัวเอง “มันเห็นได้ชัดว่ายังไม่ได้เข้าสู่ด่านจินตัน ไฉนสามารถมาถึงที่นี่ได้?
ศิษย์ทั้งสามยิ่งฟังยิ่งสับสนงุนงงขึ้นเรื่อย ๆ
ติ้งเจินก็ไม่อธิบาย เพียงเตือนว่า “สามคนนี้เกรงว่ามีความเป็นมาไม่ธรรมด