ย เป็นเหตุให้จั่วม่อต้องขมวดคิ้วนิ่วหน้า
“พี่ชาย สัตว์ปราณธาตุไฟนี้เจ้าขายหรือไม่?
เจ้าเพลิงน้อยแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ มุดเข้าไปในอ้อมแขนของอากุ่ยทันที
ความเฉลียวฉลาดรู้ความของเจ้าเพลิงน้อย ยิ่งกระตุ้นคนจมูกเหยี่ยวจนดวงตาร้อนผ่าวกว่าเดิม
“ไม่ขาย” จั่วม่อใบหน้าดำทะมึน ก้าวรุดไปข้างหน้า
“ไฮ้ อย่าเพิ่งไป” ชายจมูกเหยี่ยวรีบขวางทางจั่วม่อ กล่าวอย่างยิ้มแย้ม “ผู้น้องอยากได้มันจริง ๆ และแน่นอนว่าเป็นความสัตย์ พี่ชาย ว่าราคามาเถอะ พวกเราสามารถเจรจากัน!”
คังเต๋อพลันเอ่ยปากอย่างเย็นชา “พี่น้องตระกูลเหอ ต้าเหรินของข้าบอกว่าไม่ขายก็ไม่ขาย อย่าได้ตามตอแยพวกเราแล้ว”
ชายจมูกตะขอหรี่ตาลงเล็กน้อย สาดประกายวูบหนึ่ง “ผู้ที่สามารถบ่งบอกที่มาของพวกเราได้ทันทีเกรงว่าต้องเป็นคนคุ้นหน้าแล้ว แต่ข้าเหอเวยดวงตามืดบอด นึกไม่ออกว่าเจ้าเป็นใคร ท่านที่นับถือไฉนไม่บอกนามสูงส่งสักครา?”
คังเต๋อแย้มยิ้มเย็นเยียบ “ไม่ต้องพยายามสืบเสาะว่าข้าเป็นใคร ข้าขอเตือนเจ้าสักคำ อย่าได้ตอแยคนที่ไม่สมควรตอแย มิเช่นนั้น เฮอะ พวกเจ้าพี่น้องจะไม่มีใครหนีรอดแม้แต่คนเดียว”
คราครั้งนี้ตึงมือแล้ว!
เหอเวยสะท้านใจอย่างรุนแรง ผู้ที่สามารถระบุตัวตนของมันได้ทันทีจะต้องเป็นคนรู้จักมักคุ้นเป็นแน่! แต่อีกฝ่ายเมื่อทราบว่ามันเป็นใคร ยังกล่าวอย่างเขื่องโขถึงเพียงนี้ เห็นได้ชัดว่าต้องมีภูมิหลังอันทรงพลัง ชนิดที่ไม่จำเป็นต้องไว้หน้ามันแม้แต่น้อย
เหอเ