วยมีประสบการณ์โชกโชน ทราบว่าเมื่อใดควรแข็งขืนเมื่อใดควรนอบน้อม รีบปั้นรอยยิ้มพลางกล่าว “พี่ชาย ท่านกล่าวอันใด ผู้น้องเพียงลองสอบถามดูเท่านั้น หาได้มีเจตนาร้ายไม่”
จากนั้นมันหลีกเลี่ยงไปด้านข้าง เปิดทางให้อย่างรู้ความ
มันมองตามหลังกลุ่มของจั่วม่อจนลับตา ในใจขบคิดอย่างหนัก คนเหล่านี้เป็นใคร?
พี่น้องของมันรีบปรี่เข้ามา “เป็นไร? พวกมันไม่ขายให้รึ?”
“ไม่ขาย” เหอเวยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง “และหนึ่งในพวกมันรู้จักเราจะต้องเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากันแน่ แต่พวกมันเปลี่ยนโฉมหน้า”
“ผู้ใดสนใจกัน เพียงแค่แย่งชิงมาก็พอ สัตว์ปราณธาตุไฟตนนั้นสมควรระดับสูงไม่น้อย! หากเราสามารถแย่งชิงมาได้ น้องรอง พลังของเจ้าจะเพิ่มขึ้นมาก!” หนึ่งในกลุ่มพี่น้องกล่าวด้วยเสียงกระซิบ
“คนกลุ่มนี้ไม่รวบรัดธรรมดา หากมิใช่คหบดีร่ารวย ก็ต้องมีพลังอำนาจมาก!” เหอเวยหวนคิดทบทวนถึงการพบพานเมื่อครู่ เพิ่งรู้สึกว่าอีกฝ่ายสงบเยือกเย็นยิ่ง เห็นได้ชัดว่าไม่เห็นพวกมันอยู่ในสายตา ต้องรู้สึกหนาววูบขึ้นมา รีบสั่นศีรษะพลางกล่าว “คนเหล่านี้อาจมาจากขุมกำลังอันยิ่งใหญ่ อย่าได้หาเรื่องใส่ตัวแล้ว”
คนอื่น ๆ พอฟังล้วนมีสีหน้าไม่แยแสสนใจ เหอเวยรู้สึกหนักใจอย่างบอกไม่ถูก
เกาะจะงอยปากมีลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์มาก ดูคล้ายนกกำลังอ้าปากแหงนหน้าขึ้นฟ้า ทางลงไปสู่ทะเลเมฆเป็นส่วนปากที่อ้ากว้างนั้นเอง
บริเวณทางเข้าแทบไม่มีเมฆหมอก มองลงไปอาจเห็นเส้นทางย