คนปัญญาอ่อนยังรู้สึกได้
เหล่าทหารปิศาจด้านหลังมันปั่นป่วนขึ้นมาทันที
ข้า… …ข้า… …ข้า… …
จั่วม่อที่กำลังฝืนรั้งพลังกลับคืน เหมือนมีอะไรอุดปากไม่ให้มันกล่าววาจา บางทีอาจจะเป็นโลหิตที่กระแทกสะท้อนย้อนกลับจนแทบทะลักออกมาจากปาก ซึ่งความจริงมันยังคงเงื้อดาบเที่ยงวันค้างอยู่ในท่าเตรียมจะฟันลง มีเพียงสีหน้าที่แข็งค้างราวกับหุ่นขี้ผึ้ง
“ได้สวามิภักดิ์ต่อจอมปิศาจที่สำเร็จสังขารปิศาจมหาทิวานับเป็นเกียรติของเรา! โปรดรับความจงรักภักดีของเรา ให้เราได้ติดตามต้าเหริน
? หรือว่าต้าเหรินลอบส่งคนไปปลอมตัวเป็นเผ่าปิศาจ นี่เป็นการสมรู้ร่วมคิดตั้งแต่แรกแล้วใช่หรือไม่? … …เราผู้เฒ่า… …มารดามันเถอะ อาณาจักรนี้เป็นอะไรไปแล้ว… …”
ทุกคนเบื้องหลังจั่วม่อตัวแข็งเป็นก้อนหิน กระทั่งผูเยากับเว่ยยังแทบคลั่งใจตายกับภาพเบื้องหน้า
“พวกมันเป็นเผ่าปิศาจจริง ๆ หรือนี่??” ผูเยาจ้องมองเยี่ยหลิงราวกับว่าปรารถนาจะดึงดวงวิญญาณของเยี่ยหลิงออกมาตรวจสอบดู
“เสื่อมทราม! ช่างเสื่อมทรามนัก!” เว่ยกรีดร้องโหยหวน มันรู้สึกอึดอัดขัดข้องราวกับกลืนกินแมลงวันลงไปทั้งตัว
เจ้าตัวประหลาดที่น่าขายหน้า
แต่ผู้ที่รู้สึกอึดอัดขัดข้องที่สุด ย่อมไม่มีผู้ใดเกินจั่วม่อ
จิตวิญญาณของมันไม่เคยฮึกเหิมถึงเพียงนี้มาก่อน ไม่เคยมีจิตวิญญาณการต่อสู้พลุ่งพล่านถึงเพียงนี้มาก่อน และไม่เคยมีแรงปลุกเร้าอย่างรุนแรงถึงเพียงนี้มาก่อน… …
แต่ทั้งหมดทั้งมวลกลับต้องชะงักล