่าความคิดโง่งมนั้นน่าหัวร่อเพียงใด”
ทุกผู้คนพากันเงียบงันไปอีกครั้ง16 หมายถึงฟันใหญ่
หลัวเวยกล่าวไม่ผิด ทีแรกมีคนกระด้างกระเดื่องไม่น้อย แต่หลังจากฝึกอบรมเพียงไม่กี่วัน พวกมันในที่สุดค่อยเข้าใจว่าระหว่างพวกมันกับค่ายจูเชวี่ย ระดับฝีมือห่างชั้นกันเพียงใด
“พวกเจ้าคิดว่าผู้ใดแข็งแกร่งกว่า??” ปู้ซือตงเห็นทุกคนพากันนิ่งเงียบงัน รีบหันเหหัวเรื่องทันที
“นี่ยังต้องให้กล่าวอีกหรือ แน่นอนว่าต้องเป็นค่ายจูเชวี่ย!” ต้าป่านตอบโดยไม่ขบคิด
หัวข้อสนทนานี้ปลุกเร้าความสนใจของทุกคน แย่งกันตอบเสียงเซ็งแซ่
“ข้าก็คิดว่าเป็นค่ายจูเชวี่ยเช่นกัน”
“ค่ายจูเชวี่ย! ม้าฝานต้าเหรินแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
“สัตว์ประหลาดจากค่ายจูเชวี่ยเหล่านั้นใช่มนุษย์เสียที่ไหน!”
แทบทุกคนร้องบอกค่ายจูเชวี่ยเป็นเสียงเดียว เทียบกับค่ายเว่ยที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตา พวกมันล้วนได้ลิ้มรสความร้ายกาจของค่ายจูเชวี่ยด้วยตัวเอง บางคนถึงกับมั่นใจว่าในโลกนี้ไม่มีกองทัพที่ร้ายกาจกว่าค่ายจูเชวี่ยอีกแล้ว
ปู้ซือตงสังเกตเห็นหลัวเวยไม่กล่าววาจา อดถามไม่ได้ “หลัวเวย แล้วเจ้าเล่า เจ้าคิดอย่างไร?”
“ข้าไม่รู้” หลัวเวยชะงักไปชั่วครู่ ก่อนกล่าว “แต่ข้ารู้สึกว่าค่ายเว่ยเมื่อสามารถจัดอยู่ในระดับเดียวกันกับค่ายจูเชวี่ย ย่อมต้องมีความเข้มแข็งของพวกมัน”
หลัวเวยพอกล่าวเช่นนี้ พลันหวนนึกถึงครั้งที่พบเห็นคนของค่ายเว่ยผู้หนึ่งเมื่อหลายวันก่อน
คนผู้นั้นเพียงเหลือบมองมั