่งไคล้ต่อการต่อสู้ เต็มไปด้วยขวัญกำลังใจสูงล้าเทียมฟ้า
นี่อาจจะเป็น ‘การค้า’ ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่จั่วม่อเคยกระทำมา เมื่อเทียบกับการค้าครั้งนี้ ทุกสิ่งที่มันเคยค้าขายมาก่อนหน้านี้ ล้วนกลายเป็นเรื่องเด็กเล่นไป เมื่อสงครามเริ่มต้นขึ้น จั่วม่อพลันตระหนักทันที ว่าภายใต้ไฟสงครามที่ลุกลามอย่างกะทันหันนี้ แฝงไว้ด้วยโอกาสอันยิ่งใหญ่ประการหนึ่ง
บางทีเกออาจเกิดมาเพื่อทำการค้าจริง ๆ กระมัง
สำหรับเรื่องที่ว่าบรรลุเป้าหมายแล้วจะทำอย่างไรต่อไป สวรรค์เท่านั้นที่รู้ จั่วม่อคร้านจะขบคิดเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น นี่เป็นโอกาสทองก็จริงแต่คิดคว้าเอาไว้ให้มั่น กลับไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
เคราะห์ดีที่จนถึงตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนยังดำเนินไปอย่างราบรื่น
แต่จั่วม่อไม่ได้ปล่อยให้ความสำเร็จเล็กน้อยมากระทบจิตใจมัน มันยังคงประเมินสถานการณ์อย่างสงบและรอบคอบ
มันทราบกระจ่างแก่ใจ การขยายพลังอำนาจของมันในยามนี้ไม่ต่างอันใดจากฟองอากาศกลุ่มหนึ่ง หากมันไม่สามารถเอาชัยกองทัพปิศาจได้ฟองอากาศเหล่านี้จะแตกกระจายทันที
มองดูอากุ่ยที่นิ่งเงียบ หัวใจอันร้อนรุ่มของจั่วม่อค่อยสงบลง
“อากุ่ย ขออภัยด้วย เราต้องรอให้เสร็จศึกครั้งนี้เสียก่อน จึงจะสามารถออกไปเสาะหาตัวอ่อนเมฆวารีได้” มันกล่าวด้วยทีท่าขออภัย
อากุ่ยยังคงเงียบกริบ ไร้การเคลื่อนไหว
หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีจ้องมองซึ่งกันและกันอย่างเงียบงัน
“อากุ่ย เจ้าเป็นใครกันแน่?”?”
นับตั้ง