เย็บชุดวิวาห์ให้แก่ผู้อื่นหรือ?”
เหล่าคนในห้องพอฟัง เลือดลมอันร้อนระอุพลันสงบลงทันควัน นั่นก็ใช่แล้ว หากพวกมันชนะศึกคราวนี้ อาณาจักรทะเลเมฆเท่ากับเป็นส้มในลังของพวกมัน หากถึงตอนนั้นพวกมันไม่มีกำลังพอ ไยมิใช่ตัดเย็บชุดวิวาห์ให้แก่ผู้อื่นจริงๆ
“ไม่มีใครเชื่อว่าพวกเรามีพลังพอจะปราบพิชิตกองทัพปิศาจ ยามนี้ขุมกำลังหลัก ๆ ล้วนหลบลี้หนีหน้า อาณาจักรทะเลเมฆแทบจะปราศจากขุมกำลังอื่นโดยสิ้นเชิง สำหรับพวกเรานี่เป็นโอกาสทอง หากสามารถฉกฉวยเอาไว้ได้ ต่อไปอาณาจักรทะเลเมฆจะตกอยู่ในกำมือเรา!”
ชนชั้นแกนนำรอบกายจั่วม่อรับฟังอย่างระมัดระวัง สีหน้ายิ่งมายิ่งลิงโลดยินดี เทียบกับการทำศึกกับกองทัพปิศาจแล้ว การยึดครองอาณาจักรทะเลเมฆยังทำให้พวกมันตื่นเต้นเร้าใจยิ่งกว่า
จั่วม่อกล่าวเสียงลึกด้วยอารมณ์ “อาณาจักรทะเลเมฆเป็นสถานที่ที่ดีห่างไกลออกมามาก แทบไม่ได้รับผลกระทบจากอำนาจอิทธิพลของสวรรค์สี่ดินแดน ทั้งยังไม่สะกิดความสนใจ เวลานี้มหาพิบัตินภาสลายอุบัติขึ้นทุกแห่งหน ดังนั้นยิ่งไม่มีผู้ใดมีเวลาสนใจสร้างปัญหาให้แก่พวกเราสำหรับพวกเรา นี่เป็นช่วงเวลาที่สวรรค์ประทานให้”
ทุกผู้คนยืดเอว หลังตั้งตรง พยายามระงับความตื่นเต้นในใจอย่างสุดความสามารถ พวกมันติดตามจั่วม่อซัดเซพเนจรมานานปี ตลอดเวลาที่ผ่านมาล้วนปรารถนาจะครอบครองดินแดนอันมั่นคง กระทั่งเหวยเสิ้งที่ปกติจิตใจหนักแน่น พอฟังคำของจั่วม่อยังอดพยักหน้าเห็นพ้องไม่ได้
“ดัง