“เจ้าได้ยินมาหรือไม่?
? นี่มิเท่ากับรอรับความตายหรือ
“รอรับความตายอันใด พวกมันกล้าต่อสู้กับกองทัพปิศาจ! นี่จึงเป็นบุรุษที่แท้จริง!”
“แต่พวกมันสามารถเอาชัยได้หรือไม่เล่า??”
“ข้าไม่รู้หรอกว่าพวกมันแข็งแกร่งหรือไม่ แต่ข้ารู้ว่าในขณะที่ทุกคนกำลังหลบหนี มีเพียงพวกมันที่กล้ายืนหยัดต่อสู้ พวกมันจึงเป็นยอดบุรุษที่แท้จริง ข้านับถือเลื่อมใสพวกมัน! ไม่ได้การ ข้าต้องเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ให้ได้ ต่อให้ต้องตายก็ไม่โทษว่าตำหนิ!”
“อย่าทำอะไรโง่ ๆ น่า … …” ผู้เป็นสหายรีบตักเตือนอย่างห่วงกังวล
ข่าวที่ว่าเกาะเต่าตระเตรียมทำศึกกับกองทัพปิศาจ ประดุจขว้างก้อนหินเล็ก ๆ ลงไปในบ่อน้าเดือด สิ่งที่สะท้อนกลับมาคือเสียงหัวร่อเยาะหยันดูถูกดูแคลนและเมินเฉยไม่ใส่ใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ดึงดูดความสนใจจากเหล่าบุรุษเลือดระอุทั้งหลาย ซิวเจ่ออาณาจักรทะเลเมฆมากมายเติบใหญ่ขึ้นที่นี่ ไหนเลยจะยินดีละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อหลบหนีไปที่อื่นและยังมีผู้คนเช่นเลี่ยวฉีชาง ซึ่งมีธุรกิจการค้าขนาดใหญ่โตและทรัพย์สิน
น้าใจพวกมัน ข้าเห็นในหมู่พวกมันมียอดฝีมือเลื่องชื่ออยู่ไม่น้อย นี่เป็นขุมกำลังอันยิ่งใหญ่ หากท่านประมุขเกาะสามารถรับตัวพวกมันเอาไว้ภายหลังเหตุการณ์สงบลงแล้ว ในอาณาจักรทะเลเมฆเราจะไม่มีผู้ใดเป็นคู่มือของท่านประมุขเกาะได้อีก!”
จั่วม่อลอบฝืนยิ้มอย่างขมขื่น มันไม่ได้บอกข้อห่วงกังวลของมันต่อเลี่ยวฉีชาง สำหรับการศึกสงคราม คน