เพลิงพิภพลุกโชติช่วงอยู่ตลอดเวลา สาดประกายลุกลามไปตามเค้าโครงตราผนึกอย่างต่อเนื่อง ความร้อนในเกาะเต่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วคลื่นความร้อนอันแผดเผาสาดกระจายไปรอบ ๆ
เมื่อมังกรเพลิงลุกลามปกคลุมเส้นเค้าโครงของค่ายกลทั้งหมด ค่ายกลเมฆสายฟ้าหยินหยางพลันสำแดงฤทธิ์ เห็นสายฟ้าแลบลั่น แผดเสียงกึกก้องกัมปนาทอยู่ท่ามกลางชั้นเมฆ เปี่ยมด้วยพลังสภาวะข่มขวัญสะท้านวิญญาณ
ขณะที่ทุกผู้คนระบายลมหายใจอย่างโล่งอก ท่ามกลางเสียงปะทุหนักๆ เห็นก้อนเมฆสีแดงฉานก้อนหนึ่งพลันพุ่งขึ้นจากภูเขาน้อย
เพียะเพียะเพียะ!
กลุ่มเมฆแดงทยอยพวยพุ่งออกจากภูเขาน้อยไม่ขาดสาย ลอยลิ่วขึ้นไปยังชั้นเมฆของค่ายกลเมฆสายฟ้าหยินหยาง ผสานรวมเข้าด้วยกันอย่างช้า ๆ
หากมีคนมองจากด้านนอก จะพบว่าเมฆหนาของเกาะเต่าที่ไม่เคยเลือนหายไป กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน
จั่วม่อถอนใจโล่งอก คนอื่น ๆ ก็ถอนหายใจอย่างพร้อมเพรียง คลื่นความร้อนอันแผดเผาจางหายไป จากนั้นอุณหภูมิบนเกาะค่อย ๆ กลับคืนสู่สภาพเดิม
เมฆไฟยังคงก่อเกิดออกมาไม่หยุดยั้ง
สิ่งที่จั่วม่อยังไม่ล่วงรู้ก็คือ หลังจากการกระทำที่เกิดจากความอับจนหนทางของมันในครั้งนี้ ค่ายกลเมฆสายฟ้าหยินหยางจะแปรสภาพไปอย่างสมบูรณ์ พลังอำนาจของต้นเหอเถาอัสนีคำรนไหนเลยจะเทียบชั้นได้กับพฤกษาเทพสุริยัน เคราะห์ดีที่เพลิงไฟกับสายฟ้าไม่ขัดแย้งกัน ดังนั้นต้นเหอเถาอัสนีคำรนไม่ได้ถูกพฤกษาเทพสุริยันสะกดข่มเอาไว้ แต่จะอย่างไร