“ที่นี่คืออาณาจักรลับโลกหลากล้น จงระมัดระวังสิ่งที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าพวกเจ้าให้มาก” ผู้อาวุโสเซินสุ้มเสียงเคร่งขรึม ทอดสายตามองไปยังที่ห่างไกล เห็นแต่ความกว้างใหญ่ไพศาล เต็มไปด้วยเนินทรายมากมายเหลือคณานับ ทอดยาวโดยไม่มีที่สิ้นสุด
ล้วนมีเนินทรายสูงต่าสลับซับซ้อนไร้ที่สุดสิ้น ไม่มีพืชหญ้าอันใดสามารถเติบโตได้ บางครั้งคราวยังอาจเห็นกองกระดูกขาวโพลนระเกะระกะ สภาพภูมิประเทศรกร้างเปล่าเปลี่ยวอย่างยากจะบ่งบอกบรรยาย อากาศร้อนรุ่มเป็นพิเศษ กระทั่งจินตันเช่นหลีซู่กับหลู่เจิ้นยังรู้สึกปากคอแห้งผาก
นี่ทำให้ทั้งสองกลายเป็นตื่นตัวขึ้นมา ด้วยระดับพลังฝึกปรือของพวกมัน สมควรน้าไฟมิอาจกล้ากราย ไหนเลยจะรู้สึกปากคอแห้งผากได้?
“อาณาจักรลับโลกหลากล้นเป็นอาณาจักรลับธาตุดิน” ผู้อาวุโสเซินกล่าวอย่างแช่มช้า “แต่แทนที่จะบอกว่ามันเป็นอาณาจักรลับธาตุดินสมควรบอกว่ามันเป็นกรงขังธาตุดินจะถูกต้องเสียกว่า ผู้พิทักษ์แห่งอาณาจักรลับนี้ จะต้องเป็นคนที่เชี่ยวชาญพลังเทพธาตุดินผู้หนึ่ง”7 มาจากประโยคที่ว่า “กล้าหาญนั้นอิ่มตาย ขี้ขลาดต้องหิวตาย” เป็นสำนวนที่คนจีนใช้เปรียบเปรยว่า คนที่กล้าเสี่ยง กล้าได้กล้าเสีย ไม่มัวกังวลนั่นกังวลนี่ จะประสบความสำเร็จ ดังเช่นคนที่มีให้กินอย่างเหลือเฟือจนอิ่มตายคือคนที่กล้าเสี่ยงจนร่ารวยเป็นเศรษฐี ส่วนคนขี้ขลาด จะทำอะไรก็กลัวโน่นกลัวนี่ไปหมด ไม่กล้าเสี่ยง กลัวเสียหน้า ฯลฯ จึงไม่ประสบความสำเร็จ ต