้องยากจนและอดตาย
แต่ใบหน้าเครียดขรึมของมันกลับเผยรอยยิ้มวูบหนึ่ง “เคราะห์ดีที่ท่านเจ้าสำนักเห็นซึ้งกระจ่างล่วงหน้า”
กล่าวจบคำ มันล้วงต้นอ่อนเรียวเล็กและเขียวชอุ่มออกมาต้นหนึ่ง
ต้นอ่อนเล็ก ๆ นี้ยาวเพียงไม่กี่ชุ่น อ่อนโยนบอบบาง แต่ละใบมีขนาดเพียงเท่าเล็บนิ้วมือ ทันทีที่ผู้อาวุโสเซินหยิบต้นอ่อนออกมา ทันใดนั้นความเย็นชื่นสดใสพัดผ่านหลีซู่กับหลู่เจิ้น ขจัดความร้อนรุ่มอันบ้าคลั่งหายวับไปกับตา
หลีซู่ถามอย่างตื่นตะลึงว่า “อาจารย์อา สิ่งนี้คืออะไร? ไฉนอัศจรรย์ถึงเพียงนี้?”
“ต้นตะขอหยก” ผู้อาวุโสเซินตอบโดยไม่เบือนหน้ากลับมา พลางคุกเข่าลงข้างหนึ่ง วางต้นตะขอหยกในมือลงไปบนเนินทราย
ต้นอ่อนประหลาดนั้นพอสัมผัสพื้นทราย รากของมันรีบมุดแทรกลงในกองทรายอย่างเร่งร้อน
สีเขียวประดุจหยกบนพื้นทรายแห้งผาก ดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ
“ต้นตะขอหยก… …” หลีซู่ทวนคำ สีหน้าเลื่อนลอย ในใจลอบตื่นตระหนกสุดระงับ ต้นตะขอหยกเป็นหนึ่งในสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสำนักโดยทั่วไปจะถูกคุ้มครองอยู่ในเขตหวงห้ามของสำนัก มันคิดไม่ถึงว่าเพื่อจัดการกับซากโบราณสถานแห่งนี้ ท่านเจ้าสำนักถึงกับยินยอมให้ผู้อาวุโสเซินพกพาต้นตะขอหยกมาด้วย
ต้นตะขอหยก สีเขียวมรกต พฤกษาปราณระดับหกชั้นยอด สามารถผลิตลูกประคำตะขอหยก ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกประคำธาตุไม้ที่เลิศล้าที่สุดในโลก สามารถใช้หลอมสร้างเป็นอาวุธเวทธาตุไม้ทุกประเภท ตัวของต้นตะขอหยกเองก็เป็นวัตถุดิบ