ย สองเท้าก้าวส่ายโงนเงน แปลกประหลาดดอย่างบอกไม่ถูก ในเวลาเดียวกัน ปากยังบ่นพึมพำ
“เถาวัลย์เขียวบุปผาจรัส จันทร์เสี้ยวสงบงัน เขาสูงน้าใส ราบเรียบกลมกลืน… …บงการและคล้อยตาม… …”
จั่วม่อดวงตาถลึงกว้าง พยายามวาดภาพร่างอันแปลกประหลาดในใจนี่คลับคล้ายศาสตร์อสูรอยู่บ้าง
ยังไม่ทันจะวาดมโนภาพเสร็จสิ้น สองขาพลันอ่อนยวบ จั่วม่อไม่อาจฝืนรั้งอีกต่อไป ทิ้งตัวนอนแผ่หราบนพื้นในบัดดล
ฮั่กฮั่กฮั่ก!
จั่วม่อหอบหายใจอย่างดุเดือด ดวงตาเหลือกถลน
หลังจากพักผ่อนครึ่งชั่วยามเต็ม มันในที่สุดค่อยฟื้นคืนสภาพ ดวงตาเริ่มฟื้นประกายอีกครั้ง
ในที่สุดมันก็ทราบแล้วว่าพลังเทพไฉนสูญหายไป!
สิ่งที่ซับซ้อนและยากจะเรียนรู้เช่นนี้ ไม่ถูกคัดออกก็แปลกไปแล้ว! มันไม่อาจจินตนาการได้จริง ๆ ว่าเหล่ายอดคนสมัยโบราณคิดค้นสิ่งที่ซับซ้อนถึงเพียงนี้ได้อย่างไร
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพลังทั้งสามไฉนถือกำเนิดและรุ่งโรจน์ขึ้นแทนที่พลังเทพ ส่วนใหญ่คงเป็นเพราะผู้คนไม่มีปัญญาฝึกปรือพลังเทพ ดังนั้นพวกมันแบ่งแยกพลังเทพออกเป็นสามส่วน พวกมันในเมื่อไม่อาจฝึกปรือทั้งหมด จึงลดทอนความยากลำบากลง เลือกฝึกปรือเพียงหนึ่งวิถีจากทั้งสามพลัง
สิ่งที่ทำให้มันคิดร่าไห้แต่ไร้น้าตา ก็คือพลังทั้งสามในร่างมันกลับกลายเป็นพลังเทพ และพลังเทพยังคอยกลืนกินพลังอื่น ๆ ด้วยตัวเอง นั่นหมายความว่าต่อให้มันเริ่มฝึกปรือพลังทั้งสามอีกครั้ง ก็ไม่อาจแก้ไขผลลัพธ์เช่นนี้ได้
บัดซบ!
จั่วม่อห