เสาสีทองที่เชื่อมฟ้าดินเข้าด้วยกัน หดตัวเข้าหาใจกลางด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เสาแห่งแสงสั้นลงไม่หยุดยั้ง สีทองของเสาแสงสีทองกลายเป็นเข้มขึ้นทุกขณะ จากแสงสีทองอร่ามบาดตา กลับกลายเป็นสีทองเข้มปนแดงฉาน
กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาราวชั่วหนึ่งก้านธูป ต้นเสาในที่สุดหดตัวลงจนกลายเป็นกลุ่มก้อนสีทอง ไม่ถูกต้อง… กลายเป็นดวงอาทิตย์สีทองเข้มปนแดงฉานดวงหนึ่ง แขวนค้างอยู่กลางท้องนภาอันมืดทะมึน
ทั่วทั้งอาณาจักรทะเลเมฆ พลันกลับกลายเป็นเงียบกริบเสมือนตาย
“วิหารเทพสุริยัน… …” หลีซู่เหม่อมองท้องฟ้า พึมพำอย่างเลื่อนลอย
พวกมันอยู่ในระยะใกล้ ความร้อนที่รู้สึกได้ราวกับว่าพวกมันอยู่ในกระถางหลอมกลั่น สามารถสัมผัสพลังสภาวะสะท้านขวัญวิญญาณของลูกกลมแสงได้อย่างชัดเจน ลูกกลมแสงปลดปล่อยคลื่นความร้อนออกมาอย่างต่อเนื่อง ความร้อนในอากาศเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กลับกลายเป็นร้อนลวกแผดเผา ทุกสิ่งทุกอย่างในครรลองสายตาของมันเริ่มบิดเบี้ยวแปรปรวน ผืนหญ้าบนพื้นเกาะเหี่ยวแห้งลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ชัดตา กระทั่งทะเลเมฆไร้ขอบเขตใต้ฝ่าเท้าของพวกมัน ยังถูกกระแสความร้อนกวาดซัดออกไปจนหมดสิ้น จนพวกมันสามารถมองเห็นมุมส่วนหนึ่งของวิหารเทพสุริยันได้เล็กน้อย
วิหารเทพหลังหนึ่งจากหลายหมื่นปีล่วงมาแล้ว ผ่านการกัดกร่อนของกาลเวลาเนิ่นนานจนประมาณไม่ถูก แต่ยังคงเต็มไปด้วยพลังสภาวะอันน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงถึงเพียงนี้! ไม่ทราบว่าใน