ว ความเดือดดาลบนใบหน้าเลือนหายไป กล่าวอย่างลำพองใจว่า “ฮ่า! เป็นไปไม่ได้! การป้องกันของวิหารเทพแข็งแกร่งยิ่ง ไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนสามารถทำลายได้ เว้นเสียแต่ว่าเป็นลูกหลานของชนเผ่าเทพสุริยัน มิเช่นนั้นไม่มีผู้ใดสามารถบุกผ่านปราการป้องกันนี้ได้ ฮ่า ข้าเคยให้คนทำนายมาก่อนแล้ว ชนเผ่าเทพสุริยันล้วนล้มตายหมดสิ้น กระทั่งเส้นผมสักเส้นยังไม่หลงเหลือ”
นักฆ่าหน้ากากไม่โต้แย้ง เพียงเงียบงันตามเดิม
บุรุษหน้าขาวเห็นเช่นนี้ ใบหน้าทอแววลังเลวูบ มันทราบว่านักฆ่าหน้ากากไม่ใช่คนที่ชมชอบกล่าวล้อเล่นเหลวไหล ดังนั้นอดซักไซ้ไม่ได้“เจ้าล่วงรู้ได้อย่างไรว่ามีคนอยู่ข้างใน?”
ประดุจหุ่นเชิดที่แข็งทื่อ นักฆ่าหน้ากากพ่นออกมาหนึ่งคำอย่างไร้อารมณ์ “ลางสังหรณ์”
บุรุษกลางคนรู้สึกในจิตใจปกคลุมด้วยเมฆมืดทะมึนในทันที
ลางสังหรณ์อุบาทว์บัดซบ!
ลางสังหรณ์ของคนผู้นี้… …ไม่เคยผิดพลาด!
จั่วม่อฟื้นคืนสติอย่างแช่มช้า
มันพบว่าตัวเองกำลังพิงผนังหิน และทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่แตกต่างจากตอนก่อนที่มันจะหลับไป
เพียงฝันไปใช่หรือไม่?
จั่วม่อสะบัดศีรษะแรง ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในฝันนั้นกระจ่างชัดเจนยิ่ง ทำเอามันอดลังเลไม่ได้ จึงเริ่มตรวจสอบร่างกายตัวเอง
หยดน้าลี้ลับเถาวัลย์เขียวขดตัวอยู่เงียบ ๆ ภายในร่างของมัน ราวกับสัตว์เลี้ยงที่เชื่องเชื่อตัวหนึ่ง และในตันเถียนของมัน ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อใดกลับปรากฏดวงอาทิตย์เล็ก ๆ ขึ้นดวงหนึ่ง
ดวงอาทิต