ี่ยนแปลงที่ไม่คาดฝันจริง ๆ ท่านเจ้าสำนักไหนเลยจะไม่ล่วงรู้ได้?
ดูเหมือนมันวิตกกังวลมากเกินไปจริง ๆ
“ผู้อาวุโสสั่งสอนถูกต้อง มิอาจรักษาจิตใจอันมั่นคงเอาไว้ได้เช่นนี้ศิษย์ต้องฝึกฝนให้มากกว่านี้” หลีซู่กล่าว
ผู้อาวุโสเซินกลับไม่ถือสา กล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “อาซู่เจ้ารอบคอบระมัดระวัง นับว่าไม่เลว ไม่เลวเลยจริง ๆ เราผู้เฒ่าเมื่อครั้งที่อายุเท่าอาซู่เจ้า หาได้มีความหนักแน่นมั่นคงเท่ากับเจ้าไม่ ก่อนที่วิหารเทพจะเปิดออกยังมีเวลาอีกสี่วัน อาซู่สมควรฉวยโอกาสช่วงนี้พักผ่อนให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมที่สุด”
“ศิษย์ทราบแล้ว!” หลีซู่รีบรับคำ สุ้มเสียงของผู้อาวุโสแม้อบอุ่นอ่อนโยน แต่ความหมายในวาจายังคงเป็นการตักเตือนให้มันหยุดคิดฟุ้งซ่านเหลวไหลได้แล้ว
สี่วันแห่งการรอคอยนี้ ไม่ควรมีเรื่องผิดพลาดใดเกิดขึ้น
“ฟังว่าเจ้าลงมือพลาด?” บุรุษกลางคนหน้าขาวไร้หนวดเครากล่าวยิ้ม ๆ “นี่หาได้ยากยิ่ง หากเรื่องราวแพร่ออกไป คนผู้นี้คงเป็นที่โจษจันกันไปทั่วแล้ว”
เบื้องหน้ามันคือนักฆ่าหน้ากากผู้ไร้วาจา ประหนึ่งหุ่นไม้แข็งกระด้างหน้ากากสีขาวซีดดูน่าประหวั่นพรั่นพรึงอย่างบอกไม่ถูก
“เจ้าไฉนจู่ ๆ ลงมือต่อคนผู้นี้? ใช่ค้นพบอันใดเป็นพิเศษหรือไม่?”บุรุษกลางคนหน้าขาวในที่สุดถามอย่างอดรนทนไม่ไหว
ครั้งที่ข่าวนี้แพร่มาถึงหูมัน บุรุษกลางคนเรียกได้ว่าแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อแล้ว มันกับนักฆ่าหน้ากากร่วมมือกันมานาน เข้าใจนิสัยใจคอของตัวปร