ที่แท้พลังเทพก็คือสามพลังผสานรวมเป็นหนึ่งใช่หรือไม่?”
“สามพลังผสานรวมเป็นหนึ่งไม่ใช่พลังเทพ แต่พลังปราณ พลังจิตสำนึกและสังขารปิศาจ ล้วนเป็นพลังที่สืบต่อมาจากพลังเทพ ไม่มีผู้ใดทราบอย่างถ่องแท้ว่าพลังเทพในยุคโบราณที่แท้เป็นเช่นไร เดิมทีข้าเข้าใจว่าสามารถมองเห็นได้จากอสุภประหลาด แต่พลังเทพของมันลึกล้าสุดหยั่งไร้ร่องรอยให้สืบสาว ข้าไม่มีปัญญามองเห็นได้”
เห็นผูเยาไม่มีความคิดจะกล่าววาจา เว่ยทราบว่าหน้าที่ในการอธิบายตกอยู่บนไหล่มัน ดังนั้นได้แต่กล่าวสืบต่อ
“ที่แท้เป็นเช่นนี้” จั่วม่อคล้ายเข้าใจคล้ายไม่เข้าใจ แต่แล้วพลันหน้าเผือดสีทันควัน “เช่นนั้นก็หมายความว่า…หลังกำแพงนี้มีคนที่ทรงพลังร้ายกาจเหมือนลุงซือ?”
ผูเยาในที่สุดอดรนทนไม่ไหว เปิดฉากเสียดสีด้วยสุ้มเสียงเหยียดหยาม “เจ้าคิดว่าตัวประหลาดเฒ่าเช่นอสุภประหลาดเป็นหัวผักกาดที่หาได้ตามท้องตลาดหรือ? เข้าใจว่าไปที่ใดก็จะมีตัวพรรค์นั้นกระโดดออกมาง่าย ๆ หรือ? ชนเผ่าโบราณล่มสลายมานานปี นานจนประมาณเวลาไม่ได้พวกมันสูญสิ้นไปแล้ว เพียงแค่หนึ่งในพวกมันอุตส่าห์เหลือรอดมาจนถึงตอนนี้ ก็นับเป็นโชควาสนาอันยิ่งใหญ่แล้ว!”
“เช่นนั้นไฉนมีพลังเทพอยู่ที่นี่?” จั่วม่อชี้ไปยังผนังกำแพง ถามอย่างไร้เดียงสา
ผูเยาแค่นเสียงอย่างเย็นชา “เฮอะ มีหลายสิ่งที่สามารถมีพลังเทพอยู่ในตัว เฉกเช่นสมบัติเทพโบราณ ซากโบราณสถานที่ถูกรักษาไว้เป็นอย่างดีล้วนสามารถเก็บกักพลังเทพเอาไว้ไ