ด้!”
“ซากโบราณสถาน?” จั่วม่อตาลุกวาบ “หรือว่าวิหารเทพสุริยันจะอยู่เบื้องหลังผนังหินนี้?”
เรื่องราวของวิหารเทพสุริยันแพร่สะพัดในละแวกนี้มานานแล้วนอกจากนั้นเสาแห่งแสงสีทองมหึมายังอยู่ใกล้กับเกาะเต่ามาก พวกมันแทบไม่ต้องเงยหน้าก็สามารถมองเห็นได้ชัดเจน
เสาแห่งแสงที่มีรัศมีหนึ่งร้อยห้าสิบลี้ ประดุจยักษ์ปักหลั่นที่แผ่ซ่านพลังกดดันมหาศาลออกมา ไม่ว่ากลางวันกลางคืน เสาแห่งแสงไม่เคยมืดมัวสลัวลง เกาะเต่าได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ กระทั่งยามราตรียังสว่างไสวดุจเวลากลางวัน
แม้ว่าจั่วม่อตัดสินใจเด็ดขาดตั้งแต่แรก ว่าจะไม่เข้าไปเกลือกกลั้วกับปลักน้านี้ แต่ผนังหินประหลาดตรงหน้า กลับจุดประกายความปรารถนาต่อซากโบราณสถานวิหารเทพสุริยันอย่างไม่อาจระงับยับยั้ง
เว่ยกล่าวเสียงทุ้มลึก “นี่มิใช่ว่าเป็นไปไม่ได้”
จั่วม่อเริ่มคึกคักแจ่มใสขึ้นมาทันที แม้ว่ามันไม่คิดเข้าร่วมการต่อสู้ช่วงชิง แต่หากสมบัติถูกส่งมาถึงประตูบ้าน มันย่อมไม่ปฏิเสธ ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น คือหากซากโบราณสถานอยู่หลังผนังหินนั้นจริง เท่ากับว่าเกาะเต่าเชื่อมต่อกับซากโบราณสถานโดยตรง พวกมันสามารถลอบเข้าไปได้โดยไม่มีผู้ใดพบเห็น
จั่วม่อยิ่งคิดเท่าใด โลหิตในกายก็ยิ่งเดือดพล่านเท่านั้น
ผูเยากลับขัดคอด้วยรอยยิ้มเย็นชา “ต่อให้ซากโบราณสถานอยู่หลังผนังหินนี้จริง เจ้าก็ไม่มีปัญญาเข้าไป ผนังหินบรรจุพลังเทพเอาไว้อย่างเปี่ยมล้น แข็งแกร่งยิ่งกว่าอาวุธเวททั่วไปม