ป็นเหตุให้ดวงวิญญาณถูกทำลาย นอกจากนั้นยังไม่สามารถทำนายได้ทุกเรื่องราวที่ต้องการ เรื่องราวยิ่งเฉพาะเจาะจงมากเท่าใด ยิ่งยากที่จะทำนายมากเท่านั้น ทั้งยังต้องจ่ายค่าตอบแทนด้วยราคาที่หนักหน่วงขึ้น
เวยลี่เทียนไม่กล่าวคำใด ตัดสินใจรอชมเหตุการณ์ต่อไป
ไม่ห่างไกลจากกลุ่มของเวยลี่เทียนนัก มีคนอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นกลุ่มของเหลิ่งเวยที่จงหยูเคยพบพานในเมืองซวีหลิงเอง
เหลิ่งเวยเหลือบมองเวยลี่เทียน ลดเสียงกล่าวแผ่วเบา“ทุกคนระมัดระวังให้มาก นั่นคือเวยลี่เทียน”
“คนฆ่าสัตว์เวยลี่เทียน!”
บางคนอุทานอย่างตื่นตระหนก นามนี้สำหรับพวกมันแล้วเรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของยมทูต
บุรุษหนุ่มเสื้อแดงเผยสีหน้าไม่ยอมรับนับถือ แค่นเสียงว่า “เวยลี่เทียนแล้วจะเป็นไร? หากมันกล้ามาพวกเราก็เชือดมันทิ้ง! เหล่าต้า พวกเราบุกเข้ายึดเกาะเต่าดีหรือไม่? จะลากถ่วงกันไปถึงเมื่อใด คนเหล่านี้ช่างกระบิดกระบวนราวกับคุณหนูในหอห้อง!”
เหลิ่งเวยสั่นศีรษะ “ไม่เรียบง่ายปานนั้น ค่ายกลชุดนี้ร้ายกาจยิ่ง!”
“แล้วเป็นไร? เราจะเอาแต่ยืนดูเช่นนี้หรือ?” บุรุษหนุ่มเสื้อแดงกล่าวอย่างรุ่มร้อน “เกาะเต่ามากล้นไปด้วยทรัพย์สมบัติ หากเราสามารถเข้าไปก่อน พวกเราจะร่ารวยกันแล้ว!”
เหลิ่งเวยขมวดคิ้วนิ่วหน้า เหลิ่งเสิ้งหลานชายของมันผู้นี้มีพรสวรรค์สูงล้า กลายเป็นจินตันตั้งแต่อายุยังเยาว์วัย แต่ในด้านความอารมณ์ร้อนวู่วามของอีกฝ่าย มันอดกังวลอยู่บ้างไม่ได้
มันขณะจะว่ากล่าว