ตักเตือน พลันปรากฏจินตันจำนวนหนึ่งก้าวออกไปข้างหน้า เริ่มโจมตีค่ายกลเป็นคำรบสอง
ในเวลานี้เอง เห็นเงาร่างหลายสายทะยานออกมาจากเกาะอย่างกะทันหัน เป็นเหตุให้ทุกผู้คนหยุดการสนทนาลงทันควัน
“ฮ่าฮ่า! เกาะเต่า เกาะเต่า! เหล่าลูกเต่าที่มุดหัวอยู่ในกระดอง! เป็นไร!ในที่สุดอดรนทนไม่ไหวแล้วหรือ! พวกเจ้าใช่มาเพื่อร้องขอความเมตตาหรือไม่?” จินตันผู้หนึ่งกล่าวอย่างลำพองใจ “เอาเถอะ ขอเพียงเจ้ายอมจำนนและจากไปในบัดดล พวกเราจะไว้ชีวิตเจ้า! มิเช่นนั้น อาศัยผู้เหี้ยมหาญมากมายที่อยู่ที่นี่ รอจนพวกเราทำลายค่ายกลของเจ้า ฮี่ฮี่ ถึงตอนนั้นแม้แต่สัตว์เลี้ยงก็ไม่เหลือรอด!”
จั่วม่อกวาดตามองรอบด้านด้วยสายตาเย็นยะเยียบ ไม่แยแสสนใจผู้กล่าววาจาแม้แต่น้อย
ม้าฝานที่ด้านข้างพลันสีหน้าแปรเปลี่ยน แค่นเสียงอย่างเย็นชา “ซุ่มๆ ซ่อน ๆ ทำอะไร!”
วาจายังไม่ทันจะสิ้นสุด กระบี่บินในมือมันบิดวูบกลางอากาศ ชิ้งโลหิตสาดกระจาย แขนข้างหนึ่งกระเด็นออกมาจากความว่างเปล่าท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวน เงาร่างหนึ่งโซซัดโซเซออกมา
ม้าฝานเดิมทีก็เป็นผู้ที่มีฝีมือทางปกปิดซ่อนเร้นมากที่สุด จึงเป็นคนแรกที่ตรวจพบว่ามีคนลอบเร้นเข้ามาใกล้ต้าเหรินเพื่อลงมือลอบสังหารดังนั้นมันลงมือโดยไม่ปราณี
ไกลออกไปจากจุดนั้น เหลิ่งเวยกับพวกสีหน้าแปรเปลี่ยน “คนผู้นั้น!”
สายตาของพวกมันจ้องมองไปยังจงหยูผู้ซึ่งยืนอยู่ด้านข้างจั่วม่อ การเผชิญหน้าโดยบังเอิญกลางเมืองซวีหลิงใน