วันนั้น บันดาลให้พวกมันบังเกิดความประทับใจในตัวสมณะรูปนี้อย่างลึกล้า ดังนั้นเมื่อพบเห็นจงหยูยืนเคียงข้างจั่วม่อ พวกมันตระหนกตกใจไม่น้อย
ด้านขวามือของจั่วม่อเป็นเหวยเสิ้ง ส่วนทางซ้ายเป็นซู่หลง จงหยูยืนถัดจากเหวยเสิ้ง เป็นคนที่สองทางขวามือของจั่วม่อ
ในที่นี้ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่คาดคิด ว่าประมุขที่แท้จริงของเกาะเต่าจะเป็นบุรุษหนุ่มที่ดูอ่อนเยาว์เกินจริงผู้หนึ่ง! มองดูใบหน้าที่ยังคงมีเค้าความอ่อนวัย ทุกผู้คนรู้สึกว่านี่ยากจะเชื่ออยู่บ้าง
จั่วม่อไม่เอ่ยปาก สีหน้ายังคงสงบราบเรียบเป็นอย่างยิ่ง เพียงกวาดมองแวบหนึ่ง มันก็ประเมินสถานการณ์ได้ในทันที ที่นี่มีผู้คนทั้งสิ้นห้ากลุ่มและกลุ่มที่มันรู้สึกว่าเป็นภัยคุกคามมากที่สุด คือกลุ่มที่มีสมาชิกสี่สิบห้าสิบคนนั้น จั่วม่อมีความรู้สึกเฉียบไวต่อกลิ่นอายฆ่าฟันเป็นที่สุด เหลือบมองคราเดียวก็ทราบ คนสี่สิบห้าสิบคนนี้ไม่ใช่ตัวดีแม้แต่คนเดียว
ส่วนกลุ่มอื่น ๆ ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อพวกมันมากนัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนที่อยู่ใกล้กับพวกมันมากที่สุด มีกันอยู่เพียงห้าคนเท่านั้น!
“ที่แท้เป็นเพียงเด็กน้อยที่ขนยังไม่ทันงอก!” เหลิ่งเสิ้งแค่นเสียงอย่างเย็นชา สีหน้าไม่เห็นสำคัญ “ข้าก็หลงเข้าใจว่าเป็นบุคคลอันร้ายกาจจากที่ใด!”
เหลิ่งเวยกลับไม่กล่าวคำใด เมื่อยามที่กระบี่ตัดแขนคนผู้นั้น เด็กหนุ่มที่อ่อนเยาว์เป็นอย่างยิ่งนั้น กระทั่งขนตายังไม่กะพริบ!
มันสงบเยือกเย็นเกินไป! เป