จ่อด่านหยวนอิงก็มาถึงแล้ว ยังจะเป็นเรื่องหลอกลวงอีกหรือ?”
“ข้าว่าพวกเราอยู่ใกล้มากถึงเพียงนี้ หากแม้แต่ผลกำไรเล็กน้อยยังไม่อาจเก็บเกี่ยวได้ ไยมิใช่ขาดทุนย่อยยับ?”
รับฟังคำสนทนาเหล่านี้ จั่วม่ออดรนทนไม่ไหวจริง ๆ มันถอดรองเท้าขว้างใส่กลางวงที่กำลังสนทนากันอย่างออกรส สบถด่าว่า “เจ้าพวกปัญญาอ่อน! พวกเจ้าต้องการจิงสือมากกว่าชีวิตหรือ? ทั้งหมดติดตามข้ามาถึงที่นี่ พวกเราเคยมีวันดี ๆ สักกี่วัน?”
ในเวลานี้เอง สุ้มเสียงสงบราบเรียบพลันเอ่ยแทรกขึ้นกลางคัน
“ดูเหมือนพวกเจ้าทั้งหมดจะว่างงานมากเกินไป วันนี้ลองฝึกฝนเพิ่มเติมเป็นเท่าตัวดูเสียหน่อยเป็นไร”
พรึบ! ทุกผู้คนหันขวับไปมองด้วยใบหน้าเขียวคล้า! แม่นางน้อย!
จริงดังคาด เห็นแม่นางน้อยกงซุนยืนจ้องมองพวกมันอยู่ใกล้ ๆดวงตาสาดประกายเย็นเยียบ
ทั้งกลุ่มแตกฮือหายวับในบัดดล
“เจ้าพวกนี้น่ารำคาญโดยแท้” จั่วม่อก่นด่า “แต่ละคนจมูกเชิดจนแทบจะชี้ขึ้นฟ้า หรือพวกมันคิดว่าพวกมันร้ายกาจที่สุดในโลกจริง ๆ!”
“เจ้าพวกนี้กลายเป็นเช่นนี้หลังจากได้ชัยติดต่อกันไม่กี่ครั้ง” กงซุนชากล่าวพลางทรุดนั่งลง “ข้าจะเรียกพบพวกมัน สนทนาเปิดอกกับพวกมันสักครา”
ม้าฝานกับพวกทั้งสามที่ยืนอยู่ด้านข้างพอฟังคำ ‘สนทนาเปิดอก’แม้ว่าพวกมันจะเป็นจินตันแล้วก็ตาม ยังสีหน้าเผือดขาวทันที
“พวกเราต้องระวังให้มาก” จั่วม่อกล่าวเสียงต่า “ยอดยุทธ์มากมายมาชุมนุมกันที่นี่ จะต้องมีบางสิ่งเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”