เมื่อสือผิ่นดึงคนตัวเล็ก ๆ ในชุดขาวที่มีขนาดเท่ากับตัวมันเข้ามาตรงหน้าจั่วม่อ จั่วม่ออ้าปากค้างจนคางแทบจรดพื้น
“จู่เหริน โปรดประทานนามให้ด้วย!” สือผิ่นกล่าวอย่างเคร่งขรึม
จั่วม่อมองดูคนสีขาวตัวเล็กอย่างอยากรู้อยากเห็น คนสีขาวตัวเล็กคล้ายเอียงอายอยู่บ้าง คอยแอบอยู่ด้านหลังสือผิ่น ลอบมองออกมาด้วยสายตาขลาดอาย คนสีขาวตัวเล็กมีรูปร่างเท่ากับสือผิ่นไม่มีผิดเพี้ยนใบหน้างดงามละเอียดอ่อน แต่คนสีขาวรูปโฉมละมุนละไมกว่าสือผิ่น สือผิ่นมีสีหน้าท่าทีดุดันรุนแรงกว่า นี่ทำให้ทั้งคู่มีท่วงท่าสภาวะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนสีขาวตัวเล็กให้ความรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยนดั่งแสงตะวันในขณะที่สือผิ่นแผ่ซ่านกลิ่นอายเย็นเยียบอยู่ตลอดเวลา
หลังจากเพ่งพิศอยู่ชั่วครู่ จั่วม่อยังคงไม่อาจทราบชัดว่าคนสีขาวตัวเล็ก ที่แท้เป็นชายหรือหญิงกันแน่
จั่วม่อชี้ไปที่คนสีขาวตัวเล็ก พลางหันไปถามสือผิ่น “มันเป็น… …ของเจ้า… …”
“น้องชาย!” สือผิ่นใบหน้าทั้งเคร่งขรึมทั้งจริงจัง
โอ้ ที่แท้เป็นบุรุษ น่าเสียดาย… … ฮะ ไฉนข้ารู้สึกว่าน่าเสียดาย… …
“เช่นนั้นมันเรียกว่าหยางกวง (แสงตะวัน) ” พลังจินตนาการอันน้อยนิดของจั่วม่อทำให้มันไม่อาจนึกหาชื่อที่ดีกว่านี้ได้ เพียงตั้งอย่างทื่อด้านพอให้พ้นหน้าไป
“หยางกวง… …” สือผิ่นเอียงคอ ใบหน้าน้อย ๆ เคร่งขรึมจริงจัง ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่านามนี้ดียิ่ง “ขอบคุณจู่เหรินประทานนาม!”
หยางกวงเผยอยิ้มสว่างไสวดุจแสงตะวัน