งร้องขอความช่วยเหลือจากขุมกำลังที่หนุนหลังพวกมัน
“เวลานี้มีจินตันมากันกี่คนแล้ว?” จั่วม่อยังคงซักถามรายละเอียด
“สมควรมากกว่าครึ่งของจินตันทั่วอาณาจักรทะเลเมฆ” สวีเจิ้งเวยกล่าว “ไม่ว่าผู้ใดที่มีความทะเยอทะยานอยู่บ้าง ย่อมไม่ยอมพลาดโอกาสเช่นนี้ ชนเผ่าที่มีดวงอาทิตย์เป็นสัญลักษณ์ศึก ล้วนเป็นชนเผ่าอันเข้มแข็งทรงพลัง คนเหล่านี้คงมุ่งหวังว่าหากพวกมันบังเอิญได้รับสมบัติวิเศษสักชิ้นสองชิ้น คราวนี้พวกมันก็ร่ารวยจริง ๆ แล้ว”
จั่วม่อไม่กล่าวคำใด นกตายเพราะอาหารคนตายเพราะสมบัติ สัจธรรมข้อนี้ไม่ว่ายุคสมัยใดก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ใต้ทะเลเมฆเต็มไปด้วยภยันตรายสารพัดชนิด ไหนจะบรรดาสัตว์อสูรอันร้ายกาจเหล่านั้น พวกมันเป็นจินตันแล้วจะเป็นไร รับรองว่าไม่มีปัญญาหลุดรอดจากอันตรายยิ่งใหญ่เหล่านี้ได้ หลังจากมีประสบการณ์กับสนามรบปิดผนึกล้างเผ่าพันธุ์โดยตรง เกี่ยวกับภยันตรายภายในซากโบราณสถานแห่งยุคบรรพกาล เกรงว่าไม่มีผู้ใดรู้แจ้งเห็นจริงยิ่งกว่าจั่วม่อกับพวกอีก ครั้งนั้นหากไม่มีซือ อสุภะประหลาดตนนั้น พวกมันจะสามารถหลุดรอดออกมาจากที่แห่งนั้นได้หรือไม่ยังไม่ทราบแน่ชัด
ขบคิดถึงตรงนี้ อดคิดถึงอสุภะประหลาดไม่ได้
ไม่ทราบว่าลุงซือเสาะพบบ้านเกิดของตนหรือไม่… …
ครุ่นคิดกลับไปกลับมาหลายตลบ จั่วม่อตกลงใจไม่เกลือกกลั้วกับปลักน้านี้ เกาะเต่าอันกว้างใหญ่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสินค้าของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการหาเลี้ยงปากท