้อง มันจะรอคอยอีกสองสามเดือนข้างหน้า ดูว่ามีโอกาสซื้อหาตัวอ่อนเมฆวารีมารักษาอากุ่ยหรือไม่ หากไม่อาจหาซื้อได้จริง ๆ เช่นนั้นพวกมันก็ต้องเดินทางเข้าไปในทะเลเมฆด้วยตัวเองแล้ว
สมบัติแม้เป็นสิ่งที่ดี แต่หากไม่จำเป็น มันจะไม่เดิมพันด้วยชีวิตของตัวเองเป็นอันขาด
เห็นจั่วม่อไม่สนใจจริง ๆ สวีเจิ้งเวยอดถามอย่างงุนงงไม่ได้ “ท่านประมุขเกาะไม่สนใจหรือ?”
“หลวงจีนมีมาก ข้าวต้มกลับมีน้อย ลองดูจำนวนคนเหล่านั้น ยังจะมีที่หลงเหลือสำหรับพวกเราอีกหรือ” จั่วม่อกล่าวอย่างไม่เห็นสำคัญ จากนั้นปลอบใจสวีเจิ้งเวย “ผู้เฒ่าสวี อย่าได้คิดมากไปแล้ว พักผ่อนบนเกาะให้สบายใจเถอะ“
จั่วม่อคบค้าสมาคมกับสวีเจิ้งเวยมาระยะหนึ่ง ทราบว่านี่เป็นบุคคลอันสัตย์ซื่อผู้หนึ่ง
เมื่อทราบสาเหตุของหายนะภัย จั่วม่อเปิดค่ายกลพิทักษ์เกาะเต็มรูปแบบ แล้วหันไปฝังศีรษะอยู่กับการฝึกฝีมือต่อ ส่วนบรรดาซิวเจ่อระดับต่าบนเกาะ หลังจากลงหลักปักฐานเรียบร้อย ก็เริ่มเปิดห้องเรียนฝึกวิชาอีกครั้ง
หลังจากล่วงรู้ต้นสายปลายเหตุทั้งหมด จั่วม่อระบายลมหายใจอย่างโล่งอก ทันใดนั้นเห็นเจดีย์น้อยเหินลิ่วเข้ามาอย่างลุกลี้ลุกลน
ร่างอ้วนกลมและชายคาโค้งมนของเจดีย์น้อย ทำให้มันดูคล้ายกรงเล็บเนื้อนุ่มกลม ๆ ยิ่งน่ารักน่าเอ็นดูมากขึ้น มันพอพบเห็นจั่วม่อ ดูคล้ายพบเจอพระมาโปรด อุ้งมืออ้วนกลมตะครุบชายเสื้อจั่วม่ออย่างไม่รีรอ
“บุตรอันประเสริฐ บิดาไม่ว่างมาเล่นกับเจ้าหรอก ไปเล่นก