แฝงไว้ด้วยมนต์ขลังอันแปลกพิสดารเป็นพิเศษ ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนหลงใหลคลั่งไคล้อย่างบอกไม่ถูก
ชิงฮวาเสวี่ยผู้เคยประมือกับมันด้วยตัวเอง ยังมีความรู้สึกลึกล้ามากกว่าผู้คนส่วนใหญ่เสียอีก
นางลอบให้ความสนใจกับเซี่ยวม่อเกอ ตระกูลของนางแม้เป็นเพียงสาขาย่อยของตระกูลชิงฮวา แต่อำนาจอิทธิพลที่นางสามารถช่วงใช้ยังไม่ใช่สิ่งที่ตระกูลสามัญจะยกขึ้นเปรียบเทียบได้ ทุกผู้คนล้วนล่วงรู้ข้อบาดหมางระหว่างเซี่ยวม่อเกอกับตระกูลชิงฮวา ความสนใจที่นางมีต่อเซี่ยวม่อเกอจึงไม่สะกิดความสงสัยของผู้ใด ชิงฮวาจางสุ่ยเมื่อได้ข่าวคราวเกี่ยวกับเซี่ยวม่อเกอ จะรีบนำมาบอกต่อเม่ยเม่ยของมันทันที
แต่เซี่ยวม่อเกอไม่ปรากฏตัวขึ้นอีกเลยนับจากนั้น เมื่อช่วงเวลาในการหายตัวของมันทอดยาวออกไปเรื่อย ๆ หลายคนค่อย ๆ หมดความอดทนไปทีละน้อย ยกตัวอย่างเช่นโฉมสะคราญจีลี่หวี่
แต่ชิงฮวาเสวี่ยไม่ใช่ นางเดิมทีก็เป็นบุคคลที่อดทนอดกลั้นกว่าผู้ใดมิหนำซ้านางยังไม่เหมือนจีลี่หวี่ ผู้ซึ่งมีกิจธุระมากมายต้องจัดการสะสางชิงฮวาเสวี่ยในตระกูลเป็นเพียงหญิงสาวที่ธรรมดาสามัญที่สุดผู้หนึ่ง ถึงกับไม่มีผู้ใดระแคะระคายว่านางครอบครองพลังอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ มีเพียงเกอเกอของนาง ชิงฮวาจางสุ่ยที่พอจะคาดเดาได้บางส่วน
นางเฝ้าอดทนรอคอยให้เป้าหมายแสดงตนออกมาอีกครั้ง
การรอคอยของนางในที่สุดก็ไม่ได้สูญเปล่า หนานเยว่ซึ่งเกี่ยวข้องกับเซี่ยวม่อเกอ จู่ ๆ ก็โยกย้ายครอบครัวออกจากถิ่