างรุนแรง สุ้มเสียงแหบพร่าระคายหู “เรื่องราวแพร่งพรายออกไปได้อย่างไร?”
หวงเจี๋ยหน้าเขียวคล้า แววตาประหวั่นพรั่นพรึง สุ้มเสียงสั่นสะท้าน“ข้าไม่ทราบ! พวกเราเก็บงำความลับไว้เป็นอย่างดี! ผู้คนที่ล่วงรู้ล้วนไม่มีโอกาสได้ติดต่อกับภายนอก… …”
“เช่นนั้นเรื่องรั่วไหลออกไปได้อย่างไร?” หลู่เจิ้นขัดจังหวะอย่างเกรี้ยวกราด ใบหน้าชุ่มโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนออกมา
“ข้าไม่รู้… …ข้าไม่รู้จริง ๆ… …” หวงเจี๋ยหน้าเผือดขาวราวแผ่นกระดาษ พึมพำตะกุกตะกักอย่างเลื่อนลอยซึมเซา
ในเวลานี้เอง ปรากฏศิษย์ผู้หนึ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
“แย่แล้ว! แย่แล้ว! ท่านประมุข! หลี่ซานถูกฆ่าตาย… …”
ปัง
หวงเจี๋ยแข้งขาอ่อนยวบ ทรุดนั่งแปะลงกับพื้นด้วยใบหน้าสิ้นหวัง
ในเวลานี้หลู่เจิ้นค่อยสงบสติอารมณ์ลงส่วนหนึ่ง มันทราบว่าเรื่องสำคัญที่สุดในเวลานี้ไม่ใช่การหาวิธีแก้ปัญหา แต่เป็นการรีบรายงานไปยังเบื้องบนโดยเร็วที่สุด!
จงหยูสองตาหลับพริ้ม เดินไปตามท้องถนนในเมืองซวีหลิงด้วยเท้าเปล่า ไม่ต่างจากสมณะสามัญที่พบเห็นได้ทั่วไป ระหว่างทางผู้คนที่รู้จักมันล้วนมีสีหน้าเคารพเลื่อมใส พากันค้อมคารวะแต่ไกลอย่างเงียบเชียบ
ในระยะเวลาเพียงไม่นาน เกาะเต่ากลับกลายเป็นขุมกำลังที่ได้รับความเคารพสูงสุดจากซิวเจ่อระดับต่าในเมืองซวีหลิง
เมื่อเทียบกับพรรคซวีหลิงที่ไม่ถามไถ่เรื่องราวใด หรือขุมกำลังอื่น ๆที่มักจะกดขี่ข่มเหงพวกมัน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแ