มนุษย์อย่างไม่แยแส
ผูเยาแค่นเสียงอย่างเย็นชา ดวงตาสีเลือดสาดประกายวูบ คล้ายคิดตอบโต้กลับไป
เว่ยที่ด้านข้าง ความตื่นตะลึงบนใบหน้าค่อยเลือนหาย แทนที่ด้วยความลิงโลดยินดีเป็นล้นพ้น
ในเวลานี้เอง แสงเจิดจ้าในดวงตาจั่วม่อหายวับไปอย่างสมบูรณ์ เผยให้เห็นรูปลักษณ์ดั้งเดิมของดวงตาทั้งคู่
จั่วม่อรู้สึกราวกับว่ามีความฝันที่ยาวนาน ยาวนานจนประมาณกาลเวลาไม่ได้ บรรดาลำแสงในความฝันยังสมจริงถึงเพียงนั้น แต่เมื่อพยายามนึกถึง กลับไม่สามารถจดจำพวกมันได้ ร่างกายไม่หลงเหลือความเจ็บปวดแสนสาหัสอีก กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์พร้อมเหมือนเช่นเมื่อยามแรกเริ่ม
“เกิดอะไรขึ้น?” มันถามอย่างงุนงง
“ขอแสดงความยินดี!” เว่ยกล่าวอย่างตื่นเต้น
จั่วม่อหันมองไปรอบ ๆ อย่างงงงวย แต่พอเห็นหน้าเว่ยยังอดชะงักงันไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้เห็นเว่ยตื่นเต้นลิงโลดถึงเพียงนี้ ไม่ทราบเพราะเหตุใด มันเองก็รู้สึกอารมณ์เบิกบานขึ้นเช่นกัน
“ยินดีกับข้าเรื่องอันใด?” จั่วม่อถามอย่างช่วยไม่ได้ มันขมวดคิ้วนิ่วหน้า กล่าวอย่างสับสนมึนงงไม่คลาย “ข้าดูเหมือนจะเพิ่งฝันร้าย เป็นความฝันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่ง”
แม้ว่ามันจะจดจำไม่ได้ แต่ความรู้สึก ‘น่าสะพรึงกลัว’ ฝังลึกอยู่ในใจมัน ยามนี้พยายามหวนคิดดู ยังอดร่างสั่นเทาไม่ได้
“ใช่แล้ว ข้าสำเร็จวิชาแสงศักดิ์สิทธิ์แล้วหรือไม่?” จั่วม่อในที่สุดค่อยนึกออกว่าก่อนหน้านี้มันทำอะไร ดวงตาพลันเบิกกว้าง ร้องออกมาว่า “ข้า