จั่วม่อจ้องมองกู้หมิงกงเงียบ ๆ
ไร้เสียงยังเหนือกว่ามีเสียงอีก แรงกดดันที่เกิดจากความนิ่งเงียบนี้แทบทำให้กู้หมิงกงหายใจหายคอไม่ออก ความหวาดกลัวไร้ที่สิ้นสุดแผ่ซ่านขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจ มันรู้สึกว่าสายตาของผู้อื่นคล้ายมองดูบางสิ่งที่ตายไปแล้ว หรือไม่ก็มองดูแพะแกะที่กำลังจะถูกเชือด!
ข้ายังไม่อยากตาย… …
สิ่งที่มันไม่รู้ก็คือ ความนิ่งเงียบของจั่วม่อที่แท้ไม่ได้ตั้งใจจะกดดันมันแต่เนื่องเพราะกำลังปรึกษาหารือกับผูเยาและเว่ยอย่างดุเดือดต่างหาก!
“ข้าต้องการให้มันทำงานให้ข้า” ในทะเลแห่งจิตสำนึก จั่วม่อยักไหล่สีหน้ายึดถือเป็นจริงเป็นจัง “แต่มันเป็นจินตัน พลังบำเพ็ญเพียรสูงส่งกว่าข้า อีกทั้งยังเชี่ยวชาญวิชาค่ายกล นับเป็นตัวอันตรายตัวหนึ่ง พวกเจ้ามีคำชี้แนะหรือไม่?”
ผูเยากล่าวอย่างไม่เห็นสำคัญ “หากเจ้าเพียงต้องการภูมิความรู้วิชาหลอมสร้างในสมองของมัน เช่นนั้นก็แค่ดึงวิญญาณของมันออกมาก็พอ”
“ดึงวิญญาณ?” ถ้อยคำเหล่านี้ทำให้จั่วม่อสั่นเทาอย่างไม่อาจบังคับยับยั้ง
“แม้ว่านี่ฟังดูโหดเหี้ยมไปบ้าง แต่ได้ผลดียิ่ง หากเจ้าสามารถดึงวิญญาณของมันออกมา เจ้าจะครอบครองภูมิความรู้ที่เป็นของมันได้อย่างรวดเร็ว เป็นไร? หวั่นไหวใจแล้วหรือไม่?” ม่านตาสีแดงน่าขนลุกของผูเยาหรี่แคบลง รอยยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปากแฝงเร้นกลิ่นอายเย็นเยียบอันเป็นเอกลักษณ์ ร่ายยาวต่อไปว่า “แน่นอน โลกนี้ไม่มีสิ่งใดสมบูรณ์แบบ เจ้าจะได้รับความทรงจำกับค