กล่าวจบคำ ก็ยื่นส่งขวดผลึกแก้วให้แก่จั่วม่ออย่างนุ่มนวล
จั่วม่อรับขวดแก้วผลึก จากนั้นขวดแก้วผลึกหายวับไปทันที สีหน้าไม่มีร่องรอยละอายใจแม้แต่น้อย “เช่นนั้นก็ขอบคุณพี่เลี่ยวมากแล้ว!”
เลี่ยวฉีชางแย้มยิ้มจาง ๆ “ขวดใบนี้เรียกว่าขวดผลึกแก้วแสงพิสุทธิ์เป็นภาชนะที่เหมาะสำหรับกักเก็บสารที่ไม่มีรูปร่าง อย่างเช่นเมฆหมอกหรืออากาศธาตุ สิ่งนี้ก็กำนัลให้แก่ประมุขเกาะด้วยพร้อมกัน!”
“ขอบคุณพี่เลี่ยวมากแล้ว!” จั่วม่อคราวนี้สะท้านสะเทือนใจอยู่บ้างไม่ต้องกล่าวถึงอื่นใด ลำพังความใจกว้างมือเติบและความโอ่อ่าเปิดเผยนี้ก็สุดที่ผู้คนทั่วไปจะสามารถกระทำได้
“เช่นนั้นเรื่องที่สามเล่า?” จั่วม่อเอ่ยปากถามอย่างแข็งขัน มันทราบว่าอีกฝ่ายย่อมจะไม่มอบอาวุธเวทให้โดยไม่มีสาเหตุ แน่นอนว่าเรื่องที่สามจะต้องเป็นการร้องขอ ตราบเท่าที่ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป มันจะตอบรับอย่างไม่เกี่ยงงอน
“เรื่องที่สามคือการขอความเมตตาจากท่านประมุขเกาะ” เลี่ยวฉีชางกล่าวอย่างแช่มช้า
“ร้องขอความเมตตา? ความเมตตาอันใด?” ยามกะทันหัน จั่วม่อคิดตามไม่ทัน
เลี่ยวฉีชางทอดถอนใจเบา ๆ “เมื่อครั้งที่ผู้น้องได้ยินว่าร้านค้าบางแห่งรวมหัวกับตระกูลเถียน ลอบวางแผนต่อเกาะเต่า ผู้น้องก็พบว่าผิดท่าแล้ว แต่คำเตือนระคายหู พวกมันไม่รับฟังคำกระตุ้นเตือนของผู้น้องเลยต่อมาด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของเกาะเต่า พวกมันหวาดกลัวจนหัวหด กินไม่ได้นอนไม่หลับ เดิมทีผู้น้องไม่คิดยุ่งเ