อนสั่งซู่หลงให้กลายเป็นแม่ทัพปิศาจได้
ผู้ที่สามารถรับสัมผัสถึงพลังสังขารของสหายได้อย่างง่ายดาย เกรงว่าคงมีเพียงตัวประหลาดเช่นจั่วม่อเท่านั้น
แต่ในด้านความรอบรู้และความสามารถในการประเมินสถานการณ์ที่แม่ทัพบัญชาการศึกผู้หนึ่งพึงมี ซู่หลงก็ไม่ได้ขาดตกบกพร่องไป ย่อมเห็นได้ถนัดตาว่ากองทัพของม้าฝานกำลังช่วงชิงเป็นฝ่ายมีเปรียบ ค่ายเว่ยค่ายจูเชวี่ยแม้ชมชอบประชันขันแข่ง แต่นั่นเกิดจากความจงใจของซู่หลงกับม้าฝานเอง ซู่หลงล่วงรู้ถึงขีดความสามารถในการต่อสู้ของค่ายจูเชวี่ยอย่างลึกซึ้ง มันทราบว่าค่ายจูเชวี่ยเมื่อช่วงชิงเป็นฝ่ายมีเปรียบ เช่นนั้นจุดจบของการต่อสู้ก็อยู่ไม่ไกลเท่าใดแล้ว
ดังนั้นมันยังไม่ลงมือ เพียงหลบซ่อนตัวอย่างมิดชิด เฝ้ารอโอกาสลงดาบประหารใส่บรรดาไพร่พลแตกทัพอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
แต่เมื่อมันเห็นกองพันเถียนเยี่ยเข้ามาช่วยเหลือ ก็พลันเปลี่ยนใจทันที หากหยิบยืมคำพูดของเหล่าป่านมาใช้บรรยาย ต้องบอกว่ามันพบเจอแพะอ้วนเข้าแล้ว!
เมื่อเกิดมาเป็นทาสฝึกตน ความอดทนอดกลั้นของซู่หลงเกินกว่าที่ผู้ใดจะคาดคิดไปถึง มันอดทนเฝ้ารอโอกาสอย่างใจจดใจจ่อ
จวบกระทั่งชั่วพริบตานี้!
“ฆ่า!”
ชั่วพริบตาที่กองพันเถียนเยี่ยลงมือเข่นฆ่าพี่น้องร่วมตระกูลเพื่อหยุดยั้งสถานการณ์ ซู่หลงพลันตวาดอย่างดุดัน ง้าวทมิฬดำแทงทะลวงขึ้นสู่ท้องฟ้า!
หมอกดำที่ห้อมล้อมรอบง้าวทมิฬดำ พลันก่อตัวเป็นเงาง้าวยาวสามจั้ง พุ่งแหวกฝ่าอากาศทะยานขึ้น