ลงมือคราใดล้วนเหี้ยมเกรียมเฉียบขาด กองทัพของพวกมันก็เห็นได้ชัดว่ากรำศึกหนักมาไม่น้อย พวกมันอาจยากรับมือยิ่งกว่าขุมกำลังใดในบริเวณนี้”“มีเรื่องเช่นนี้?” เฝิงป๋อกล่าวด้วยนํ้าเสียงอัศจรรย์ใจ “เช่นนั้นข้าคงไม่อาจบอกได้ สำนักฟ้าครามอยู่ห่างไกลจากที่นี่มาก ต้องใช้เวลาหลายปีเดินทางไปตรวจสอบ สำหรับค่ายกลชุดนี้ ข้าเพียงเคยพบเห็นโดยบังเอิญคราหนึ่งเท่านั้น”หลีซู่นิ่งเงียบงันไป คล้ายครุ่นคิดถึงบางสิ่ง ไม่ได้กล่าวสืบต่อเสียงระเบิดอย่างรุนแรงดังมาจากทางเกาะเต่าเป็นระยะ เห็นลำแสงเวทวิชาสารพัดชนิดสว่างจ้าไปถึงชั้นฟ้า ฝ่ายตระกูลเถียนยังคงโหมโจมตีอย่างดุเดือดทันใดนั้นเอง เฝิงป๋อพลันอุทานเบาๆ “อา ค่ายกลถูกทะลวงแล้ว?”หลีซู่ค่อยสะท้านตื่นจากภวังค์ รีบกวาดมองไปตามคำ สีหน้าทอแววเหลือเชื่อ เห็นกองทัพตระกูลเถียนที่เรียงรายอยู่บนท้องฟ้าเหนือเกาะเต่า กำลังไหลบ่าผ่านช่องแตกของค่ายกลเข้าไปในเกาะเต่าอย่างบ้าคลั่งค่ายกลของเกาะเต่าถูกทำลายแล้วจริง?
“ว่ากระไร?” ม้าฝานร้องเสียงหลง คิดว่าหูเฝื่อนไป เหลยเผิงเหนียนลู่กับพวกที่ด้านข้างล้วนร่างแข็งทื่ออยู่กับที่“ได้ยินไม่ชัดเจนหรือ? ข้าบอกว่าเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้พวกเจ้าสามารถจัดการด้วยตัวเอง” กงซุนชาเผยอยิ้มอย่างไม่มีพิษมีภัย “เพียงการศึกระดับนี้ เจ้ามีความสามารถพอที่จะรับมือได้”กล่าวจบคำก็แบมือ ยักไหล่ ทอดตามองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างไม่อนาทรร้อนใจม้าฝานแทบคลั่งใจตายใ