พรรคซวีหลิงหลู่เจิ้นสีหน้าเคร่งขรึม “หนิงอี้ กู้หมิงกงและเยวียนซิ่น ข่าวนี้ยืนยันแล้วหรือไม่?”หลู่เจิ้นผู้นี้เป็นประมุขพรรครุ่นปัจจุบันของพรรคซวีหลิง ระดับพลังบำเพ็ญเพียรอยู่ที่ขอบเขตสูงสุดของจินตันขั้นสาม เป็นที่เชื่อถือของเหล่าผู้อาวุโสพรรคอย่างลึกซึ้ง ภายใต้การนำของมันพรรคซวีหลิงรุ่งโรจน์เรืองรองขึ้นทุกวัน“ยังไม่ยืนยันแน่ชัด แต่พวกมันตั้งเป้าไว้ที่สามคนนี้อย่างไม่มีข้อกังขา ว่ากันว่าเยวียนซิ่นรับปากแล้ว” ผู้กล่าววาจาเรียกว่าหวงเจี๋ย เป็นศิษย์ผู้น้องของหลู่เจิ้นเอง พอกล่าวจบ มันก็มองหน้าหลู่เจิ้นเป็นเชิงถามไถ่ “พวกเราใช่สมควรลงมือห้ามปรามพวกมันหรือไม่?”หลู่เจิ้นไม่ตอบคำ กลับย้อนถาม “สืบทราบความเป็นมาของคนจากเกาะเต่าแล้วหรือไม่?”“ยังไม่ทราบ” หวงเจี๋ยสั่นศีรษะ “พวกมันระมัดระวังมาก ทางเราก็กริ่งเกรงว่าจะสะกิดความสนใจของพวกมัน ไม่กล้าสอบถามลึกลงไปนัก เรายังคิดสืบสวนจากซางเว่ยหมิง แต่ไม่มีผลรับอันใดเจ้าผู้นี้หุบปากแน่นสนิทผิดธรรมดาจริงๆ”“อา นี่ไม่น่าประหลาดใจนัก คนเหล่านี้ช่วยชีวิตมันกับครอบครัวมันเอาไว้ ซางเว่ยหมิงดูท่าตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะจงรักภักดีกับคนกลุ่มนี้” หลู่เจิ้นหยุดแวบหนึ่ง ก่อนจะถามว่า “วันนั้นเจ้าก็เห็นเซียนกระบี่ที่เข้ามาขายม้วนหยกภายในเมืองใช่หรือไม่ มีความเห็นว่าอย่างไร?”“ระดับพลังบำเพ็ญเพียรของพวกมันไม่นับเป็นอะไรได้ ล้วนเป็นเพียงหนิงม่าย ถือเป็นมือชั้นธรรมดาเท่านั